วันหยุดฉัตรมงคลนี้ ขวัญข้าว ข่าน ไปเที่ยวกับครอบครัวมาค่ะ พ่อเป็นคนขับรถ ออกเดินทางจากพิษณุโลกเช้าวันศุกร์ ประมาณเกือบ ตี 3 ไปกันทั้งหมด 5 คน มีพ่อ แม่ ข้าว น้องชาย และยัยขวัญข้าวเบอร์ 2 เที่ยวบึงฉวาก สุพรรณบุรี โอ้โห ปลาสวยๆ แปลก ๆ เยอะแยะเลยค่ะ บางตู้ดูแล้วใจหาย เพราะระบุว่าสูญพันธ์ไปจากเมืองไทยแล้ว บางตู้ดูแล้วสงสารปลาเพราะ อัดปลาตัวเบ้อเริ่มๆ เข้าไปตั้ง 4-5 ตัว ในตู้นิดเดียว บางตู้เห็นแล้วก็แบบบอกไม่ถูกเพราะเป็นปลาทะเล ที่จริงก็สวยดี แต่ว่าข้าวเคยไปดำน้ำแบบชนอกเกิลในเขตทะเลตรัง เห็นปลาว่ายอยู่กับปะการัง รู้สึกว่ามันอยู่ผิดที่ผิดทางยังไงก็ไม่รู้ ออกจากบึงฉวากก็มุ่งตรงไปสะพานข้ามแม่น้ำแคว ที่เมืองกาญค่ะ ก่อนถึงก็แวะสุสานทหารสัมพันธมิตรก่อน ตอนไปถึงสถานที่ก็สวยค่ะ มีสุสาน ปลูกต้นไม้ดอกไม้ไว้สวยงาม หญ้างิเขียวเชียว เดินดูป้ายหน้าหลุมศพ เขาทำไว้ดีอีกเหมือนกัน เป็นหินแกรนิตสลักชื่อ ตำแหน่ง สัญลักษณ์ของสังกัด อายุ และคำไว้อาลัย รู้สึกเศร้าๆ ค่ะ หลายคนยังหนุ่มๆ อายุยังน้อยๆอยู่เลย 22 23 25 บางคนอายุ 21 ก็มี เห็นแล้วหดหู่บอกไม่ถูก
ที่สะพานข้ามแม่น้ำแควก็ไปพิพิธภัณฑ์สงคราม นั่งรถไฟเล็กข้ามสะพานข้ามแม่น้ำแคว คนขึ้นกันเยอะมาก ค่ารถไฟ 20 บาท ใช้เวลาไป-กลับ 15 นาที รถข้ามสะพานไปหน่อยเดียวก็ถอยกลับ ข้าวโชคดีได้เจอรถไฟขบวนใหญ่ด้วย คนนั่งกันเต็มเลยล่ะ ออกจากเมืองกาญขับรถรวดเดียวถึงชะอำ ไปทานอาหารทะเลกัน เป็นย่านร้านอาหารทะเลติดๆ กันเลย ข้าวก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแถวนั้นเขาเรียกว่าอะไร คนเยอะมาก เพราะเป็นวันหยุด พ่อเลือกร้านชื่อร้านเล็กๆ จอดรถง่าย คนไม่เยอะ (กลัวนาน) ทีแรกข้าวไม่ค่อยปิ๊งร้านนี้เท่าไหร่ เพราะดูโทรมและเล็ก แต่พอได้สั่งกับข้าวเริ่มประทับใจเด็กเสริฟค่ะ อายุสัก 10 ขวบได้ แต่พูดคล่องพูดเพราะ มารยาทดีมากๆ และหัวใจบริการสุดๆ พ่อข้าวอยากดื่มเหล้าที่ที่ร้านไม่มีขาย น้องเขาทำท่าจะไปซื้อให้แต่อายุไม่ถึง จนพ่อขอเบียร์แทน พอกับข้าวมาถึงปรากฏว่าประทับใจรอบสอง เพราะอาหารอร่อยมากๆ ปกติข้าวก็เคยทานอาหารทะเลหลายครั้ง หลายที่อยู่เหมือนกัน อย่างต้มยำกุ้งกับ ปูม้าผัดผงกะหรี่นี่ของโปรด สั่งกินประจำค่ะ แต่ไม่เคยกินปูผัดกับต้มยำ ทีอร่อยเท่าครั้งนี้เลย ประทับใจมากๆ
กว่าจะทานเสร็จหาที่พักก็เกือบ 4 ทุ่มแล้ว ข้าวกับน้องลงมาเดินเล่นดูร้านค้าขายของที่ระลึก เป็นแบบรถกระบะแล้วจัดหลังกระบะขายของ กับเดินเล่นริมหาด ส่วนพ่อกับแม่อาบน้ำนอนพัก ไม่น่าเชื่อว่าดึกขนาดนี้ยังมีคนเล่นน้ำกันอยู่อีก ตอนเช้าตื่นกันแต่ 6 โมงเช้า กะจะมาเดินเล่นริมหาด แล้วไปพักผ่อน ทานข้าว แล้วค่อยลงมาเล่นน้ำตอนสายๆ ปรากฏว่าไม่น่าเชื่ออีกแล้ว มีคนเล่นน้ำกันแล้วน่ะ ทั้งที่อากาศก็ออกจะเย็นนิดๆ ข้าวก็ไปทะเลมาหลายที่เหมือนกัน ไม่เคยเจอที่ไหนที่คนเล่นกันมาราธอนขนาด 3-4 ทุ่ม และเช้า 6 โมงแบบนี้ เวลานี้ที่อื่นเคยเห็นแต่เขาเดินเล่นริมหาดกันน่ะ เลยเปลี่ยนแผนนิดหน่อยลงเล่นมันซะเลย อ้อ ได้เล่นบานาน่าโบ๊ทด้วยค่ะ ครั้งแรกในชีวิตเลย สนุกมันหวาดเสียวอยู่เหมือนกัน ปกติเวลาดูเขาเล่นไม่คิดว่ามันจะแรงขนาดนี้
ตอนนั่งริมหาดมีเด็กขายถั่วต้มมาอ้อนให้ซื้อ พูดจาน่ารักแบบขำๆ ดี "ช่วยผมซื้อหน่อยนะครับ ช่วยซื้อถั่วต้ม 10 บาทเอง ซื้อถุงนึงผมจะไม่มาให้เห็นหน้าอีก ซื้อ 2 ถุงถ้าเจอผมอีกเตะก้านคอผมได้เลย ถั่วเม็ดเดียวมันจริงๆ นะครับ " พอพ่อบอกจะกินข้าวกันก่อนยังมีมาหยอดอีกนะคะว่า "ช่วยผมหน่อยเถอะ ช่วยเยาวชนของชาติ บ้านผมยากจนกำพร้า เกิดมาหน้าพ่อยังไม่เคยเห็นเลย" เล่นเอาอมยิ้มกันไปทั้งครอบครัว พอกินข้าวเสร็จพ่อเลยเรียกมาอุดหนุน ซะ ถุงนึง ก่อนเที่ยงก็ออกจากชะอำ ไปเที่ยวเขาวังกันค่ะ มีนักเรียนเป็นยุวมัคคุเทศก์ คุยอธิบายพาเที่ยวชมโน่นนี่ อธิบายเสียงใสเชียว มางวดนี้รู้สึกจะถูกชะตากับเด็กเป็นพิเศษเลยนะ
จุดชมวิวที่นี่เป็นอาคารสูงบนยอดเขา เห็นวิวได้รอบทิศ สวยดี ไม่เหมือนจุดชมวิวบนเขาอื่นๆ ที่จะอยู่เป็นจุดเห็นได้ข้างเดียว สถานที่อื่นๆ ก็สวยดี มีมัคคุเทศก์ตัวน้อยคอย นำเที่ยวด้วย แต่ข้อเสียคือคือลิงเยอะมากๆ แถมไม่กลัวคนซะด้วย เจอใครถือของกินเป็นไม่ได้ มันมาแย่งเอาจากมือเลย แล้วแต่ละตัวก็ลูกเกาะ หรือไม่ก็ท้องแทบทั้งนั้น ยังคุยกันอยู่เลยว่าอีกหน่อยประชากรลิงจะล้น แล้วคนจะไม่กล้ามาเที่ยวเพราะ "กร่าง" กันซะเหลือเกิน ร้านอาหารข้างล่างก็ไม่แพง อร่อยดี น่านั่ง แล้วก็ไปดูจานที่ระลึก ตอนไปบึงฉวากขากลับเห็นเขามุงกันตรงโต๊ะจานเยอะ ๆ เข้าไปดูมั่ง งงเลยเห็นมีรูปน้องชาย นึกอยู่ว่ามาสั่งทำจานที่ระลึกตอนไหน ดูไปดูมา เอ๊ะมีรูปเราด้วย ถ่ายตอนไหนไม่รู้ตัวเลย ของยัยขวัญข้าวเบอร์ 2 ก็มี รูปดีซะด้วย แต่ราคาแพงไปหน่อย เลยไม่เอามา เสียดายเหมือนกัน รูปสวยอ่ะ แต่ที่เขาวังนี่รู้ตัวอ่ะเพราะมาขอถ่าย แต่รูปสวยสู้ตอนไม่รู้ตัวไม่ได้แฮะ ไม่เอามาเหมือนเดิม แบบว่าแค่มาเที่ยวก็จนแล้วง่ะ
ออกจากเขาวังก็มานั่งตกลงกันว่าจะกลับทางไหนดี จะกลับทางเก่าคือขึ้นไปทางราชบุรีเข้านครปฐมหรือ จะไปทางสมุทราสาคร ข้าวอยากไปทางสมุทรสาครมากกว่า อยากไปเที่ยวแบบ home stay มั่ง อยากเห็นสวนผลไม้ อยากไปเที่ยวคลอง แต่ว่าพ่อพามาทางราชบุรี ข้าวอยากไปดำเนินสะดวก แต่พ่อก้อว่าไม่มีอะไร เลยอดอีกละ อ้อผ่านราชบุรีมีแต่ร้านตุ๊กตา อู้หู จ้องตาไม่กระพริบเลย อยากได้มากๆ แวะนครปฐม ไหว้พระปฐมเจดีย์กันแล้วไปพักที่อยุธยา ตอนเช้าไปวัดใหม่ไชยมงคลกัน จริงๆ อยากไปวัดไชยวัฒนารามกันด้วยแต่ว่าล้ากันหมดแล้ว พ่อเลยไม่พาไปต่อเข้าสิงห์กันเลย ไปที่อนุสรณ์วีรชนค่ายบางระจันค่ะ ได้รู้ประวัติศาสตร์ดี ตรงที่จอดรถที่ลานอากาศร้อนมาก แดดจ้า แต่ว่าบริเวณด้านในที่สร้างเป็นกระท่อมโบราณสมมติว่าเป็นบ้านวีรชน เย็นดีน่านั่ง มีต้นไม้ด้วย เลยไปนั่งคุยกับชาวบ้าน ที่ค่ายจำลองและมีชาวบ้านแต่งตัวแบบโบราณเป็นตัวแทนวีรชน ลงทุนมากเลยนะคะ ตัดผมทรงมหาดไทยกันเลย ผลัดๆ กันมาตัวแทนคอยเป็นมัคคุเทศก์ คอยเล่าเรื่องราวบ้านบางระจัน มากันเองไม่ใครจ้าง น่าชื่นชมนะคะ
เฮ้อ..เจ้าหนูเอ้ย...เล่าบรรยากาศมาที..น้าบังเห็นภาพเลยอ่ะ....เหมาะแล้วกับนวนิยายเรื่องขวัญข้าว ข่านเรื่องของเด็กน้อยตัวกระเปี้ยกเลี้ยก........น้าบังเตรียมจะส่งหนังที่ยืมหนูมาดูคืนจริงๆแล้วน่ะ..น้ามีงานเข้ามากลัวเสร็จไม่ทันเลยกะว่าจะประมาณปลายสัปดาห์หน้าแหล่ะหนูเอ้ย....เมื่อวานน้าบังเคลียงานอยู่เจอกับ"อาเห่า"ด้วย..ไม่ใช่ดาราหนังนะ..แต่เป็นงูเห่านี่เองดันเข้ามาในห้องทำงานไม่รู้ตัว...น้าเดินเข้าเดินออกหลายรอบก็ไม่สังเกตุพอดีตอนบ่ายเดินเข้าห้องมาอีกที.เห็นที่ขาเรามันมีอะไรแว็บๆเลยก้มมองดูปรากฎว่ามันรีบเลื้อยหลบเข้าไปข้างประตู..เลยเรียกพี่ที่ทำงานด้วยกันอีกคนมาดู..เลยโอเค..ใช่แน่งูเห่าเพราะมันแผ่แม่เบี้ยฉกใส่พี่อีกคนแต่หลบทัน..น้าบังกะว่าจะหาวิธีจับมันไปปล่อยที่พงป่าด้านข้างแต่โชคไม่ดีพี่ที่ทำงานด้วยกันแกเอาด้ามอลูมีเนียมฟาดงูคอหักตาย.....เฮ้อ..งูมันก็นึกว่าคนจะทำร้ายมันเลยต้องสู้..ส่วนคนก็คิดว่างูเป็นสัตว์อันตรายต้องทำร้ายคนเลยต้องฆ่า....อยู่แบบสัตว์บกเหมือนกัน.ไม่มึงตายก็กูตาย...ปลงอนิจจัง!น้าบัง
เฮ้อ..เจ้าหนูเอ้ย...เล่าบรรยากาศมาที..น้าบังเห็นภาพเลยอ่ะ....เหมาะแล้วกับนวนิยายเรื่องขวัญข้าว ข่านเรื่องของเด็กน้อยตัวกระเปี้ยกเลี้ยก........น้าบังเตรียมจะส่งหนังที่ยืมหนูมาดูคืนจริงๆแล้วน่ะ..น้ามีงานเข้ามากลัวเสร็จไม่ทันเลยกะว่าจะประมาณปลายสัปดาห์หน้าแหล่ะหนูเอ้ย..
..เมื่อวานน้าบังเคลียงานอยู่เจอกับ"อาเห่า"ด้วย..ไม่ใช่ดาราหนังนะ..แต่เป็นงูเห่านี่เองดันเข้ามาในห้องทำงานไม่รู้ตัว...น้าเดินเข้าเดินออกหลายรอบก็ไม่สังเกตุพอดีตอนบ่ายเดินเข้าห้องมาอีกที.เห็นที่ขาเรามันมีอะไรแว็บๆเลยก้มมองดูปรากฎว่ามันรีบเลื้อยหลบเข้าไปข้างประตู..เลยเรียกพี่ที่ทำงานด้วยกันอีกคนมาดู..เลยโอเค..ใช่แน่งูเห่าเพราะมันแผ่แม่เบี้ยฉกใส่พี่อีกคนแต่หลบทัน..น้าบังกะว่าจะหาวิธีจับมันไปปล่อยที่พงป่าด้านข้างแต่โชคไม่ดีพี่ที่ทำงานด้วยกันแกเอาด้ามอลูมีเนียมฟาดงูคอหักตาย.....เฮ้อ..งูมันก็นึกว่าคนจะทำร้ายมันเลยต้องสู้..ส่วนคนก็คิดว่างูเป็นสัตว์อันตรายต้องทำร้ายคนเลยต้องฆ่า....อยู่แบบสัตว์บกเหมือนกัน.ไม่มึงตายก็กูตาย...ปลงอนิจจัง!
น้าบัง
สวัสดีค่ะ..น้องข้าว อาบัง และคุณราชา
ขอบคุณ...สำหรับประสบการณ์ของน้องๆๆนะคะ...เรื่องเจองูเห่าถ้าเป็นผู้หญิงเจอจะสติแตกแน่ๆๆ....ขออออย่าได้เจอเลยยย
สวัสดีค่ะเพื่อนพี่น้องชาวโมฮับบะเทนทุกท่าน ทั้งที่เข้ามาตอบในกระทู้ ที่เข้ามาดูเฉยๆ จริงๆ แล้วยังเล่าไม่จบค่ะ เผอิญเมื่อวานติดงานเลยเขียนได้แค่นี้ พอวันนี้จะมานั่งพิมพ์ต่อปรากฏว่า "เครื่องเย็น" ขี้เกียจซะละ หุหุ
น้าบังพูดถึงเรื่องงูเห่าขึ้นมา ข้าวก็สงสารเหมือนกัน สงสารงูน่ะค่ะ รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้งูพิษงูที่มีอันตรายคงไม่ได้อยู่ในธรรมชาติสักเท่าไร งูเห่างูจงอางนี่ใครเจอเข้าก็ตีตายหมดทั้งนั้น งูเหลือมงูหลามก็เห็นข่าวโดนจับบ่อยซะเหลือเกิน ตัวมันใหญ่ด้วย กินเยอะ เลื้อยไปไหนก็ลำบาก หาที่ซ่อนก็ยาก เลยโดนจับไม่เว้นแต่ละวัน ยังคิดอยู่เลยค่ะว่าอีกหน่อยโอกาสที่จะมีงูเหลือตามธรรมชาติคงลดลง แต่ก็อย่างว่านะคะ เพื่อความปลอดภัย ใครๆ ก็คงทำแบบนี้ แม้แต่ข้าวเองก็อาจทำแบบนั้นเหมือนกัน เพราะว่าข้าวเองก็ไม่ใช่ไม่กลัวนะคะ ขอบอก...ตอนเด็กๆ น่ะเข้าขั้น"ตาขาว" เลยค่ะ โดยเฉพาะเรื่องงูเงี้ยวเขี้ยวขอนี่ กลัวมากๆ แบบว่าบ้านข้าวอยู่ในชนบทไงคะ โอกาสจะเจองูก็เลยบ่อย แล้วความที่เป็นคนขี้กลัว เวลาที่ข้าวเจองูแถวไหน ข้าวก็จะ "แหยง แหยง" บริเวรนั้นเป็นอาทิตย์ หรือเป็นเดือนๆ เลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นงูพิษ งูไม่พิษก็ช่างเหอะ กลัวหมด
ไม่ใช่เฉพาะแค่งูนะคะ สัตว์มีพิษอื่นๆ ก็มี ทั้งตะขาบ แมงป่องช้าง แมงป่อง ...(บ้านข้าวเรียกแมงป่องเน็ด ตัวเล็ก ๆ สีอ่อน ๆ แม่ใหญ่บอกว่าต่อยเจ็บกว่าแมงป่องช้างตัวโตๆซะอีก ไม่รู้ทางแถบกรุงเทพฯเรียกอะไร) ยิ่งตะขาบนี่ตอนเด็ก ๆ ยิ่งชุมเลยค่ะ เพราะใต้ถุนบ้านมีกองไม้อยู่ ฝนตกมั่งอะไรมั่ง ก็...นะ อย่าให้เซ่ด จำได้ว่าตอนเด็กๆ ข้าวเคยเห็นแม่เคยใช้ไม้ถูบ้านสู้กะตะขาบในถัง(ที่บ้านเรียกกะถัง) ซักผ้าขี้ริ้วถูบ้าน แล้วพอโตมาเมื่อ3-4 ที่แล้ว ข้าวก็เจอเหตุการณ์คล้ายๆ กันแต่หนักกว่า คือ ข้าวรวบผ้าขี้ริ้วจากราว ข้างบันไดแช่ในถังซักผ้า ปกติข้าวจะกดผ้าลงน้ำขยี้ๆ ซักแล้วก็ขยำบิดเลย วันนั้นไม่รู้นึกไง จุ่มผ้าในน้ำลงไปได้ทีเดียวแล้วยกผ้าขึ้นมาดู (ปกติไม่เคยทำแบบนี้เลยนะ) ปรากฏว่าแทบช็อกเลยค่ะ เพราะในมือนอกจากผ้าแล้วยังมีตะขาบตัวเบ้อเริ่มอยู่ด้วย มันกะลังดิ้นๆ แบบว่าข้าวรวบผ้าแล้วรวบมันไว้ด้วย เท่านั้นแหละ โยนผ้าทิ้งลงถังแทบไม่ทัน ร้องกรี๊ดวิ่งลงมาจากบ้าน จากนั้นรู้สึกว่าพ่อใหญ่(ตา)จะเป็นคนไปตีมันตาย แล้วก็โยนมันไว้แถวๆนั้นแหละ ข้าวมาซักผ้าถูบ้านยังเห็นมันอยู่ตรงนั้นทุกวันๆ นานมาก บรื๋อ
เหตุการณ์เฉียดอีกครั้งนึงก็คือ สมัยก่อน (อันนี้นานมากๆๆๆๆๆ) ดูทีวีที่บ้านน้องของแม่ใหญ่ (ยาย) เพราะ 3-4 บ้านมีทีวีเครื่องเดียว ญาติมาดูกันเยอะ เป็นสิบกว่าคน ข้าวก็นั่งเปิดหนังสือไปด้วย แบบวางหนังสือไว้กับพื้นแล้วก็พลิกๆหน้า พอดึกญาติๆก็ไล่ไปนอน ข้าวก็ลุกไปนอนเลย แปลกอีกแล้วคือปกติ ข้าวจะเก็บหนังสือไปด้วยแต่วันนั้น คือลุกแล้วเดินไปเลย ไม่ยอมปิดหนังสือด้วยซ้ำ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน พอข้าวลุกไปแล้วเดินไปได้หน่อยเดียวได้ยินเสียงญาติๆ ร้องวี้ดว้ายกัน เลยหันกลับไปดู คือว่าพอข้าวเดินไปแล้ว ญาติมาเก็บหนังสือให้ ปรากฏว่าพอยกหนังสือออกเจอแมงป่องเน็ดโดนหนังสือทับอยู่ มันยังไม่ตายค่ะ แต่ขยับไม่ได้ พอยกหนังสือปั๊บมันก็ยกหางไต่เร็วจี๋เลย ญาติๆข้าวก็ทุบมันตาย ตอนข้าววางหนังสือก็ไม่ได้มอง นึกแล้วก็เสียวสันหลังค่ะ นี่ถ้าข้าวใช้มือสอดพลิกใต้หนังสือ หรือเก็บหนังสือเอง (เซ่อๆซ่าๆไม่ได้มอง) คงไม่แคล้วโดนแมงป่องต่อยแน่
จนป่านนี้ข้าวยังไม่เคยถูกสัตว์มีพิษอย่างงู ตะขาบหรือแมงป่อง กัดต่อยเลย ทั้งๆ ที่เจอออกจะบ่อย ยกเว้นแต่ผึ้งค่ะ ตอนเด็กๆโดนผึ้งต่อยบ่อยมากๆ ไม่รู้กี่หน เพราะว่าผึ้งโพรงมาทำรังตรงฝาห้องน้ำที่บ้านค่ะ เปิดไฟเข้าห้องน้ำทีก็จะมาเล่นไฟกัน ข้าวก็กลั๊วกลัว ที่โดนบ่อยคือเวลามันเดินอยู่กับพื้นแล้วมองไม่เห็น แบบว่าบ้านในชนบทเขาไม่ค่อยเปิดไฟสว่างมากกัน แล้วเราเหยียบ ก็แหละค่ะ โดนต่อยที่ฝ่าเท้าประจำ ขนาดว่าพยายามดูดีดีแล้วนะ อีกอย่างที่คู่กับห้องน้ำก็คือ ตุ๊กแก ตัวใหญ่และน่ากลัวมาก อายุยืนด้วยไม่ตายซักที ตั้งแต่ข้าวเด็กๆ จนอยู่ ป.5ป.6 มันก็ยังอยู่ จนข้าวสงสัยว่าปกติตุ๊กแกนี่อายุขัยเท่าไหร่กัน ทำไมไอ้ตัวที่เกาะฝาห้องน้ำบ้านเรามันไม่ตายซักที? เวลาเข้าห้องน้ำทีต้องเหลือบซ้ายเหลือบขวาว่ามันอยู่ไหม ถ้ามันไม่อยู่ก็ดีใจ ถ้าอยู่ก็กลัวแต่ก็ต้องคอยจ้องไว้ กลัวมันกระโดดเกาะง่ะ
สำหรับงูข้าวคิดว่าถ้ามันไม่มีพิษอาจจะดีกว่านี้นะคะ อย่างน้อยก็ไม่ค่อยเสี่ยงภัยมนุษย์ ยกตัวอย่างง่ายๆ นะคะ กิ้งกือ กะตะขาบนี่ ตัวคล้ายๆ กันแท้ๆ ที่บ้านข้าวนะฝนตกทีกิ้งกือเดินพาเหรดกันให้ควั่ก มีใครสนใจ แต่พอเป็นตะขาบล่ะก้อ ทันทีเลยค่ะ ต้องมีคนหาไม้มาตีให้ตายเพราะกลัวจะไปกัดลูกหลาน กัดสัตว์เลี้ยง ข้าวเห็นกิ้งกือกับตะขาบทีไรยังนึกว่าให้ตะขาบมันเกิดใหม่เป็นกิ้งกือจะดีกว่ามั้ย จะได้ไม่ต้องมีคนคอยเอาไม้ไล่ตี สัตว์มีพิษนี่มีพิษไว้ป้องกันตัวเองจริงหรือ? ข้าวว่ามันเป็นภัยกับตัวเองมากกว่า ถ้ามาเจอกับมนุษย์นี่ข้าวว่าพิษที่คิดจะเอาไว้ป้องกันตัวน่ะแหละ ที่ทำให้ตัวเองไม่ปลอดภัย
วันนี้เป็นวันพืชมงคล พี่แดงกำลังคึดหากิจกรรมทำเช่นปลูกอะไรสักอย่าง
พรุ่งนี้วันวิสาขบูชาก็หมายตาหมายใจเอาไว้แล้วว่าจะทำอะไร.....
พวกหวัดดีค่ะ...พี่ๆ คะ
สิ่งที่หนูกลัวมากที่สุดก็คือ ...กลัวว่าราชาจะไม่รักหนูค่ะ
พี่แดงขา...ใส่บาตรเผื่อเราด้วยน้า...เพราะว่าพรุ่งนี้ไม่หยุดค่ะต้องทำงาน....อิจฉาคนที่มีวันหยุดยาวๆ จังเลย