Members Login
Username 
 
Password 
    Remember Me  
Post Info TOPIC: เราเริ่มต้นรู้จักและรักหนังแขกกันยังงัยบ้างน๊า....อยากรู้จัง....
daeng

Date:
เราเริ่มต้นรู้จักและรักหนังแขกกันยังงัยบ้างน๊า....อยากรู้จัง....
Permalink   



ชมข้อมูล ใหม่สด เป็นที่หนึ่ง เกี่ยวกับหนังอินเดีย
ได้ครบทุกเรื่องที่ท่านต้องการรู้ กดที่คำว่า หนังอินเดีย ด้านบนได้เลยครับ
http://indiamovies.konthaihappy.com


เราชาวเวปฯรู้จักและรักหนังแขกตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่างไร ทำไมถึงรัก...พี่แดงรออ่านที่น้องๆๆเขียนก่อนดีกว่า.....เพราะเคยเล่าไปบ้างแล้วแต่ยังมีอีกนะคะ...เพราะเริ่มรู้จักหนังเรื่องแรกคึดว่าเป็องคุลีมาลเมื่อ ปี.พ.ศ.2521 และเริ่มชอบ...แต่จุดที่รักหนังแขก...จะเล่าอีกทีนะคะ....


พี่แดงตอนนี้กำลังจะพาลูกสาวและหลานสาวอีกหนึ่ง....ไปเที่ยววัดถ้ำอภัยดำรงธรรมวัดของพระอาจารย์วัน อุตตโม....พี่แดงจะชอบเวลาไปสระมุจรินทร์เข้าสมาธิได้ง่ายๆๆ....น้องๆๆถ้าอนาคตสนใจทางด้านนี้นะคะ....ให้ศึกษาดีๆๆสักหน่อย...ไม่น่ากลัวนะ...เพียงแต่ต้องมีความรู้ประมาณว่า...เมื่อจิตรวมแล้วจะเริ่มคุ้นเคยบ้างหละนะคะ...ถ้าศึกษามาดีพอควรท่านอาจารย์จะห้ามไวเรื่องส่งจิตออกนอกตัว...หมายถึงห้ามออกไปท่องเที่ยวทางจิตเพราะเราอาจจะถูกกักกันไว้จากผู้ที่เก่งกว่า...เวลาทำสมาธิก็ต้องมีสติระมัดระวังตัวให้ปลอดภัยจากเสียงรบกวนอื่นๆๆที่อาจจะทำให้จิตเราสลายเพราะจะเริ่มละเอียดคล้าแก้วใส....จุดหลักคือศรัทธาอย่างถูกทางอาจารย์และสิ่งต่างๆๆและพระพุทธเจ้าจะคุ้มครองก่อนจะเข้าสมาธิทุกครั้งก็บอกล่าวขอให้ท่านคุ้มครองด้วย.....พอถึงเวลาออกก็แผ่เมตตาและบุญกุศลให้ตนเองก่อนและถึงให้ผู้อื่นๆๆเช่นบิดามาดาเป็นต้น..พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระปัจจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์เราก็แผ่เมตตาและบุญกุศลให้ท่านด้วยนะคะ....และเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามด้วย........สักวันเราสามรถสัมผัสสอานิสงค์ของบุญนั้นที่คอยช่วยเราอย่างแปลกๆๆแล้วเราจะเข้าใจหนังอินเดียเพิ่มเวลาที่เหล่าตัวแสดงเขาต่อสู้ชิวิตตามประสาของมนุษย์ธรรมดาเหมือนเรา....แต่เราสัมผัสสได้ว่าหนังของเขาจะมีเหตุการณ์เหมือนมีสิ่งที่นอกเหนือธรรมชาติมาคอยช่วยเบนให้ซีวิติคนในหนังหรือวิถีของชนในหนังถูกต้องและถูกทางขึ้นตามที่ควรจะเป็นแต่เกินความสามรถมนุษย์แน่ๆๆเราซึ่งเป็นผู้ชมก็แยกออก.....จุดนั้นและนะคะ...ที่เปรียบเทียบกับเราได้ว่า....บุญกุศลที่เราหมั่นอุทิศให้ตนเองและผู้อื่นนั้นจะเป็นสื่อแห่งบุญที่สามรถเชื่อมโยงทุกสรรพสิ่งได้...และช่วยเหลือกันและกันได้แน่นอน....เหมือนเราเหมือนจะมีอะไรนะมาคอยช่วยเหลือ....เราจะสัมผัสสได้เมื่อถึงเวลาของเรานะคะ.....เรามักจะพบคำนี้อยู่เสมอนะคะว่า....ถ้าท่านช่วยเหลือตนเองพระก็ต้องช่วยเหลือท่าน.....ถ้าคำนี้นะคะ..ณ..เวลานี้พี่แดงอธิบายเพิ่มว่าเพราะความดีความถูกต้องที่เราหมั่นให้ตนเองแลผู้อื่นนั้น...เป็นประมาณ... IT ....



-- Edited by Greg at 12:35, 2008-09-29

__________________
ราชา ไรชาน

Date:
Permalink   

หวาดดี คุณ แดง

กาผม รู้จักหนังอินเดียครั้งแรกจากการเดินไปที่ห้าง แล้วแวะเข้าร้าน GMS จะซื้อเพลงสักม้วนปรากฎว่า ไปเห็นหนังของ ชาฮ์ รุข ข่าน โมฮับบะเทน เลยลองซื้อมาอ่าน เพราะว่าน่าจะดี คิดแบบนั้น เห็นว่าพระเอกหนังแขก อ้วนมากๆ ไหง คนนี้ มันหล่อ ฟะ เลยซื้อมา

ติดเลยครับ เหมือน ตังเม เพราะโมฮับบะเทน จากนั้นมาก็ดูมาเรื่อยๆ จะบอกว่า ห้องสมุดหนังแขกของกาผม เป็นรองก็เพียง พี่ คุณ "โมฮับบะเทน" คนเดียวเท่านั้น

พอมาเจอเว็ปนี้ ก็มาช่วยเรื่อยๆ ครับ ตอนแรก บอกตรงๆ หวังว่าจะมาลืมตาอ้าปาก แบบว่า เผื่อพี่ เขาจะให้ กะตัง บ้าง ปรากฎว่า ตลาดหนังอินเดียมันยังแคบ แล้วก็สลด กับการทะเลาะกัน เพราะสปอนเซอร์ เพียงรายเดียว ทำเอา หลายคนคิดว่าเว็ปจะทำเงิน น่าน อ้างตัวเป็นคนร่วมก่อตั้งกันใหญ่ ผมเลยเลิกคิืดเพราะดูแล้วมันไม่ไหวแบบนี้ ปัจจุบันเหมือนเคยอ่านพบ พี่ เขา ต้่องควัก ตังจ่ายเป็นค่าเว็ป เดือนหนึ่งเหยียบๆ ครึ่งหมื่น แต่พี่เขาสบายครับ เพราะการงาน มั่นคง ก็คงไม่มีปัญหา ผมเลยอายครับที่จะไปขอครับ ไม่ได้มาพูดเอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้คนอื่น แต่ ว่ากันตามจริง เด้อครับ


ผมเลยมาทำแบบสมัครใจ ไม่ได้หวังอะไร ขอให้เพื่อนๆ มาชมแล้วชอบสิ่งที่ผมเอามาฝากก็พอแล้ว มีค่ากว่าเงินทอง มากมาย เงินทำให้คนหลับสบายและตื่นสบายไม่ได้ แต่ ความหวังและความดีงามทำให้เกิดได้

อ้าวนี่พามาเรื่องไหนแล้วฮ๋ะๆๆๆๆๆ

ตอบแล้วครับ
ไปล่ะ

ราชา ไรชาน


__________________
ขวัญข้าว ข่าน

Date:
Permalink   

สำหรับข้าวแล้ว  เริ่มรู้จักหนังอินเดีย  ก็ตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะค่ะ (เด็กมากๆ )ที่ช่องเจ็ดเอามาฉาย ตอนกลางวันบ่อยๆ แต่ดูก็รู้สึกธรรมดาๆ ไม่ได้ประทับใจอะไรมากมาย ดูไปงั้นๆ  แต่บางเรื่องรู้สึกว่าสนุกดี  หลังจากนั้นข้าวกับหนังอินเดียก็ห่างๆ กันไป


จนเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว  ข้าวไปเช่าหนังมาดูกับเพื่อน  จำไม่ได้แล้วว่าเรื่องอะไรแต่ว่าบังเอิญมีตัวอย่างหนัง "เดอะ กูร"  อยู่  และก็ฉากเต้นแบบในหนังอินเดียที่เคยดูในสมัยเด็กๆ อยู่ด้วย  แล้วความรู้สึกอยากดูหนังอินเดียแบบสมัยเด็กก็เกิดขึ้นมา หันไปคุยกับเพื่อนที่นั่งดูอยู่ด้วยกันบอกว่า " เฮ้ย อยากดูเรื่องนี้ว่ะ เห็นแล้วนึกถึงหนังแขกสมัยก่อนเลยเนาะ" เพื่อนก็บอกว่า "อืม...เหมือนกันเลย" โอ้โฮ...ใจตรงกันค่ะ  หลังจากคืนหนังเรื่องนั้น ข้าวกับเพื่อนก็เช่า "เดอะ กูรู" มาดูต่อทันที ซึ่งก็เรียกความรู้สึกสนุกกๆ สมัยดูหนังแขกเมื่อตอนเด็กๆ ออกมาได้มากมายเลยทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะตรงฉากเต้น  ประทับใจมากมาย และเกิดความรู้สึกอยากดูหนังอินเดียขึ้นมาอีก  แต่จนแล้วจนรอดข้าวก็ไม่ได้ไปหาหนังอินเดียมาดูเสียที  แม้แต่อโสกมหาราช หรือ ดูม ที่เข้ามาในบ้านเราข้าวก้อยังไม่ได้ดูอีก  เหมือนวาสนาพาแคล้วคลาดยังไงยังงั้น ยังไม่กลับมาพบกันสักที


จากนั้นข้าวก็เห็นกระทู้ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ไทยโมฮับบะเทน อัพเดตข่าวหนังอินเดียไทยในพันทิป  เคยคลิกเข้ามาดูบ้างครั้งสองครั้ง แต่ก้อไม่สนใจเท่าไร  เห็นไหมคะ  คลาดกันอีกแล้ว!  ในที่สุด.. จนกระทั่งดูรายการชิงช้าสวรรค์ของทางช่องโมเดิร์นไนน์  โรงเรียนจ่านกร้อง ใช้เพลง โกสัมพี ประกวดในชิงช้าสวรรค์ลูกทุ่งคอนเทสต์  รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเพลงนี้มีทำนองแบบแขก ๆ  โชว์รีวิว เครื่องแต่งกายอะไรทั้งหลายก็ "ออกแขกๆ " หมด  เท่านั้นแหละค่ะ สิ่งที่เคย "ลืม ลืม" ไปหลายหนก็กลับเข้ามา  ความอยากดูหนังอินเดียสูบฉีดพุ่งปรี๊ด  อยากดูหนังอินเดียใจจะขาดรอนๆ


ข้าวเข้าไปตั้งกระทู้ถามหาหนังอินเดียในเว็บพันทิป  ซึ่งก้อมีพี่เป๋าเข้าไปแนะนำหนังให้ จำได้ว่ามี 6 เรื่อง คือ เดฟดาส 3kg โมฮับบะเทน แบลค วีร์-ซาร่า อีกเรื่องนึงเรื่องไรนึกไม่ออกและแนะนำเว็บไซต์ไทยโมฮับบะเทนนี้ให้  ตั้ง 2-3 ครั้งแน่ะ  กว่าข้าวจะเข้ามา  และเมื่อเข้ามาแล้วก้ออีกตั้ง 2-3 ครั้ง กว่าข้าวจะกล้าเข้ามาแนะนำตัวเองในบอร์ด  


ทีแรกยังไม่ได้ซื้อหนังตามที่พี่เป๋าแนะนำหรอก เพราะหาซื้อไม่ได้ ทดลองคุ้ยแผ่นหนังลดราคาที่โลตัสก่อน เพราะเป็นจุดที่ข้าวลงต่อรถกลับบ้านทุกวัน  ซึ่งตอนนั้นหนังลดราคาพอดี 3 เรื่อง 100 ของค่ายไรท์ ดูไปสองเรื่องแรกข้าวก็ยังไม่ประทับใจเท่าไร  แต่ยังไงก็ได้ความสนุกจากเพลงและการเต้น  จนเรื่องที่ 3 คือ Hum Aapke Hain Koun...!  โอ้โห นั่นแหละค่ะ ประทับใจสุดๆ เลย อันนี้เป็นจุดเริ่มของอาการ"ฟีเวอร์" ค่ะ  แล้วหลังจากนั้น ข้าวก็ซื้อเลิกหวงเงิน นโยบายที่ข้าวเคยใช้ตลอดมาเกี่ยวกับการซื้อหนังดูของตัวเองคือ ไม่ลด ไม่เซล ไม่ซื้อ ข้าวก้ไม่นำมาใช้กับหนังอินเดียเลยค่ะ แถมไปตามหาหนังอินเดียพี่เป๋าเคยแนะนำ ว่าที่ไหนพอจะมีขาย มะงุมมะงาหราเดาสุ่มไป 2-3 ที่ แบบว่าที่ไหนมีกระบะ มีร้านขายหนัง ต้องไปเดินไปยืนสำรวจ ด้อมๆ มองๆ ให้เจ้าของร้านระแวงเล่นว่าจะมาจิ๊กของรึจะมาจับลิขสิทธิ์  ในที่สุดก็เจอ..แหล่งขายหนังอินเดียแบบกล่อง 3 แผ่นของอีวีเอสที่ท็อปแลนด์ พลาซ่า โอ้โห  ความรู้สึก เหมือนเจอขุมทรัพย์ ยังไงยังงั้นเลยค่ะ "เว่อร์ไปมั้ยเนี่ย ไอ้ข้าว"


เรื่องแรกซื้อ 3KG มาดูก่อน  อลังการประทับใจค่ะ  เรื่องที่สองลังเลอยู่นานเหมือนกันว่าจะหยิบอะไรดีระหว่า วีร์-ซาร่ากับโมฮับบะเทน  แต่สุดท้ายก้เลือก โมฮับบะเทน ค่ะ ซึ่งเป็นหนังเรื่องที่ข้าวรู้สึกว่า"รัก" เป็นหนังเรื่องแรกและจุดเริ่มที่ทำให้รู้สึกเกิดความ "รัก" ต่อหนังอินเดียค่ะ  ทุกวันนี้หนังอินเดียมีอิทธิพลกับข้าวมาก ฟีเวอร์เหลือเกิน ทั้งเรื่องเพลง แฟชั่น ความรู้สึกนึกคิด ดารา ซึ่งอาจจะมาเล่าให้ฟัง (อ่าน) วันหลังค่ะ 


โอ้โฮ พิมพ์ยาวเป็นประวัติการณ์เลยค่ะ


ไปนะคะ


ขวัญข้าว ข่าน



__________________
นกแล

Date:
Permalink   

โห โห โห ต้อง ร้อง โห 3 หน

เพราะว่าน้องข้าวเขียนได้ยาวอย่างน่าอ่าน อ่านแล้วได้สาระเด้อขอบคุณทุกคนด้วยครับที่มาแสดงความเห็นกัน Thanks หลาำยๆ

ว่างๆ ต้องชวนน้องข้าวเขียนประสบการณ์หนังอินเดียบ้างแล้ว เขียนอ่านสนุกดี
เด้อ

ไปล่ะ
ราชา ไรชาน


__________________
Ploy

Date:
Permalink   

สวัสดีค่ะ คุณนกแล และพี่ขวัญข้าว


พลอยกลับมาแล้วนะคะ ถ้าถามว่ารู้จักได้อย่างไร ก็คงตอบได้ว่า จริง ๆ แล้ว พลอยเองก็รู้จักตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วเพราะว่าคุณแม่ชอบดู ก็จะเช่ามาดูที่บ้านในสมัยนั้น พอพลอยโตได้ซักระยะหนึ่งพลอยก็เริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมนางเอกหนังต้องอ้วน ๆ ด้วยและก็วิ่งอยู่นั่นแหล่ะ ไม่เหนื่อยกันบ้างหรืองัย แล้วก็รู้สึกไม่อยากดูเลยพระเอกก็ไม่หล่อ นางเอกก็อ้วน  และพลอยก็เริ่มมาชอบอย่างจริงจังก็ตอนที่เรียนอยู่มหาลัยแล้วมีวันหนึ่งกำลังจะไปเช่าหนังที่อยู่ในร้านหน้ามหาลัยแล้วมีหนังอินเดียเรื่องหนึ่ง ชื่อเรื่องภาษาอินเดีย จำไม่ได้แล้ว แต่ชื่อภาษาไทยว่า ลัดฟ้ามาหารัก นำแสดงโดย แอชวารยา ไร และบ๊อบบี้ ดิโอล ก็มีความคิดว่าจะเช่าไปให้แม่ดู พอกลับถึงบ้านแล้วเปิด เท่านั้นแหล่ะ พลอยถึงกลับตะลึงในความสวยอย่างมาก และก็พาลชอบเรื่องอื่นไปด้วย


พลอย



__________________
อาบัง

Date:
Permalink   

..เมื่อตอนเด็กๆอาบังไม่ชอบดูหนังอินเดียและไม่ชอบเข้าใกล้คนอินเดีย..แต่ถามว่าเคยดูหนังอินเดียครั้งแรกที่ไหน..อาจจะช่วงอายุซัก8ขวบได้มั้งแม่เขาเปิดดู..ดูสมัยเป็นทีวีhitachiขาวดำแบบใช้มือบิดสวิทย์เปลี่ยนช่อง..แต่จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร..และก็มีมาดูเรื่ององคุลิมาล.แล้วก็บางเรื่อง..แต่มักจะหนีไม่กล้าดูพอคนอื่นดูหนังอินเดียที่ทางสถานีเอามาฉายก็กลัว.เดินหนีไปเลย...พอช่วงวัยทำงานช่วงซัก5-6ปีที่ผ่านมาเผอิญ..เอียนหนังปัจจุบันทั้งของฮ่องกงหรืออเมริกา.เลยนึกถึงตอนเด็กๆว่าอยากจะเห็นสภาพสมัยเก่าๆดูบ้างเลยไปซื้อหนังอินเดียเรื่องเก่าๆที่ร้านขาย..ก็สนุกดี.เพราะคิดอยู่อย่างเดียวว่า.คนอินเดียมันเก่งแฮ่ะ.สื่อสารหนังให้คนเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน....ต่อมาอาบังก็งานเกี่ยวกับศิลปะที่ต้องทำด้วยก็เลยพินิจพิจารณาเอาว่า.อารยธรรมในอดีด..อินเดียนี่มีอารยธรรมเก่าแก่มานาน..สิ่งที่ก่อกำเนิดหลายๆอย่างก็มาจากตรงอินเดียซะส่วนใหญ่..ก็เลยไปซื้อหนังอินเดียเพื่อจะมาดูศิลปะการร่ายรำ.,และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายว่าในอดีตไอ้คนที่คิดเอาทองมาทำเป็นมงกุฎเครื่องแต่งกายนี่มันเก่งเอามากๆ..รวมถึงเทคนิคและเทคโนโลยีในปัจจุบันเวลาดูตอนเริ่งหนังเขาจะมีบอกเกี่ยวกับบริษัทผู้สร้างและฝ่ายเทคนิคต่างๆ.ก็ทำให้ทราบได้ว่าเขาไม่พึ่งเทคโนโลยีจากยุโรบหรืออเมริกาซักเท่าไหร่เลย..ประกอบกับเคยติดต่องานกับทางอินเดียมาบ้างเล็กน้อยเลยทำให้ทราบว่าเขามีสมองที่ชาญฉลาดมากและในทำนองเดียวกันเขาก็ไม่เย่อหยิ่งในความเก่งกาจที่เขาไม่ต้องไปแสดงตังอวดใครเลยทำให้ดูหนังอินเดียมาจนปัจจุบัน(ไม่รู้สมาชิกจะเข้าใจกันหรือเปล่า)..สรุปก็คือการที่อาบังดูหนังอินเดียบ่อยๆเพราะอาบังอยากรู้สภาพความคิดและการพัฒนาการความคิดในสังคมปัจจุบัน.เพื่อเอาไปเป็นพื้นฐานในการดูสภาพสังคมและจิตใจของตัวอาบังเอง...(ไม่รู้จะมีใครเข้าใจอีกหรือเปล่า..ครั้งที่2)


เอ้า!ไม่รู้ล่ะก็อาบังมันคิดอย่างงี้จริงๆนี่นา..เฮ้ออออออ


อาบัง


 



__________________
daeng

Date:
Permalink   

         ได้อ่านแล้ว....เหมือนได้เข้าไปอยู่ในความนึกคิดและจินตนาการของทุกๆๆคนเลยค่ะงดงามมากๆๆ....ความรู้สึกที่พี่แดงได้อ่านนะคะ...เปรียบเหมือนที่มีคืนที่มีอากาศดีๆๆ....แล้วนอนไม่หลับจึงออกมาชมดาวเล่นยังงัย...ยังงั้นเลยสวยงาม...  ระยิบระยับไปหมดเลย.ทั้งคุณราชา น้องพลอย น้องข้าว  อาบัง..แถมมีหิ่งห้อยด้วย..คอยบินไป บนมาชวนให้นึกว่าดาวตก ( คุณนกแล )


         ถ้าพี่แดงจะเดาที่อาบังเล่าก็คงประมาณว่าเหมือนฝรั่งที่เขาเจริญมากแต่เจริญเฉพาะวัตถุด้านจิตใจยังดูเหมือนจะขาดความสมบูรณ์หมายถึงขาดความสุขที่แท้จริง..ปัจจุบันจึงเริ่มหันมามองอารธรรม วัฒนธรรม ของแถบเอเชียเพราะนับว่ามีมายาวนานและยิ่งใหญ่เช่นในอินเดียก่อนอื่น..ใช่อินเดียแน่นอน???...ฝรั่งก็สนใจอินเดียเหมือนอาบัง???


         อยากฟังอีกค่ะ........มีความสุขดีที่เวลาเห็นทุกๆๆคนได้เล่าอะไรๆๆที่มาบรรจงออกมาจากใจ......ใครอ่านแล้วก็ต้องรู้สึกเหมือนพี่แดงแน่นอนเลย



__________________
PREM R. K. POTTER

Date:
Permalink   

 


           วันนี้เข้ามาอ่านอย่างเดียวง่ะ...เดี๋ยวมีเวลาจะเข้ามาตอบเพราะเรื่องมันยาวมากๆ


           แต่เห็นอะไรแปลกๆ ง่ะ.....ก็เลยเอามาถามราชา.....ว่าทำไมเป็นแบบนี้หล่ะ...ระบบขัดข้อง...หรือว่าราชาอยู่ที่เดียวกันกะคุณนกแล.....หรือว่าราชาคิดถึงคุณนกแลมากขนาดพิมพ์ชื่อตัวเองผิดเป็นชื่อคุณนกแล


            ตกลงราชากะคุณน้องนกแล...เป็นอะไรกัน


          



Name: นกแล

Date: Fri Apr 7 14:40:18 2006
Views: 22


Quote | Reply

RE: เราเริ่มต้นรู้จักและรักหนังแขกกันยังงัยบ้างน๊า....อยากรู้จัง....






โห โห โห ต้อง ร้อง โห 3 หน

เพราะว่าน้องข้าวเขียนได้ยาวอย่างน่าอ่าน อ่านแล้วได้สาระเด้อขอบคุณทุกคนด้วยครับที่มาแสดงความเห็นกัน Thanks หลาำยๆ

ว่างๆ ต้องชวนน้องข้าวเขียนประสบการณ์หนังอินเดียบ้างแล้ว เขียนอ่านสนุกดี
เด้อ

ไปล่ะ
ราชา ไรชาน


 


    ไปแว้ว!!!!!



__________________
อาบัง

Date:
Permalink   


        ถ้าพี่แดงจะเดาที่อาบังเล่าก็คงประมาณว่าเหมือนฝรั่งที่เขาเจริญมากแต่เจริญเฉพาะวัตถุด้านจิตใจยังดูเหมือนจะขาดความสมบูรณ์หมายถึงขาดความสุขที่แท้จริง..ปัจจุบันจึงเริ่มหันมามองอารธรรม วัฒนธรรม ของแถบเอเชียเพราะนับว่ามีมายาวนานและยิ่งใหญ่เช่นในอินเดียก่อนอื่น..ใช่อินเดียแน่นอน???...ฝรั่งก็สนใจอินเดียเหมือนอาบัง???         


นั่นแน่!..พี่แดงทักอาบังด้วย


ก็อย่างที่พี่แดงเข้าใจครับ...พื้นเพประเทศที่มีมายาวนานมันผ่านประสบการณ์มาเยอะ.เจอความเที่ยงและไม่เที่ยงบ่อย.ความสังวรณ์ตนเองมีเปอร์เซนต์มากกว่าฝรั่งพอควร..(เดาเอาเอง..ผิดถูกก็ม่ายรู้)


แต่ถ้าถามว่าทำไมอาบังไม่ชอบหนังอินเดียตอนเด็กๆ...ก็คือสมัยเด็กๆกลัวหนังอินเดียมาก..หน้าตาเขาน่ากลัวและดูเหมือนเขาเหม็นๆ(สมัยนั้นนะ..ไม่ใช่เดี๋ยวนี้)..พอกินข้าวอยู่หรือเดินกินอะไรอยู่ถ้ามีคนอินเดียมาให้เห็นใกล้ๆจะกลัวเดินหนีและไม่กินอะไรเลย.(แต่ชอบกินลูกชิ้นเนื้อวัว)..พอมาช่วงซักอายุประมาณ12-13ปีก็มาเลิกกินเนื้อวัวเพราะรู้สึกเหม็นคาวมาดื้อๆและกินไม่ได้แบบดื้อๆเลยจนกระทั่งปัจจุบัน..ส่วนหนังอินเดียก็กลับมากลายเป็นดู.ไอ้ที่เคยติดต่องานงานกับฝรั่งก็เลยลองเปลี่ยนมาติดต่อกับอินเดียดู..เขาก็คุยดี(ทางอีเมล)..ระบบงานเหมือนฝรั่งแต่คุยง่ายกว่าสะดวกกว่า....เคยขอCATALOG สินค้าเขา.เขาจัดส่งมาให้บางบริษัทซองเขาข้างในจะมีกลิ่นหอมๆเหมือนเวลาเดินไปดูผ้าพาหุรัดที่คนอินเดียขายเลยย.แต่คุณภาพกระดาษเขาดี(ดีกว่าของจีน)..ส่วนเรื่องคุณภาพสินค้าของอินเดียหลายๆอย่างมีคุณภาพเทียบเท่ายุโรบเลย(เคยซื้อของยุโรบ..พอมาลองซื้อของจีนปรากฎว่าคุณภาพด้อยกว่า..พอลองซื้อของอินเดียคุณภาพเขาสู้ได้เลยราคาบางอย่างเท่ากับจีนบางอย่างแพงกว่าจีนนิดหน่อยแต่คุณภาพดี)........เอ..เล่าสะเป่ะสะปะไปเรื่อยให้คนที่มีความรู้เรื่องอินเดียจริงๆมาเขียนมั่งดีกว่า..ข่อยรู้น้อยยย


อาบัง



__________________
daeng

Date:
Permalink   

 จริงๆๆแล้วพี่แดงก็สัมผัสอินเดียเฉพาะในตำรา...หนัง ...ข่าว....ได้ยินคำว่าแนวคิดของอินเดียมีคำว่ามนุษยชาติ....จากเวลาประชุมที่หัวหน้าพี่แดงเล่าเรื่องเกี่ยวกับยาต้านHIV สมัย 15ปีที่แล้วที่ฝรั่งเขาได้สูตรยาแต่ขายแพงมากๆๆ...อินเดียจึงประกาศทำเลียนแบบเพื่อมวลมนุษยชาติจะได้รอดได้มากกว่าเพราะราคานับว่าถูกกว่ามากๆๆและเคยอ่ายพบว่านดียเขามีองค์กรด้านนี้ด้วยจำซื่อไม่ได้..คล้ายๆๆว่าเขาจะจะเป็นตัวแทนองค์กรเกี่ยวกับด้านสุขภาพของแถบเอเชีย.....และมาได้ยินอาบังเล่าประสบการณ์ตรงก็นับว่าเชื่อมั่นได้....เพราะดูจากหนังแล้วเขาถ่ายทอดเรื่องต่างๆๆที่เรานึกไม่ถึง...ทำให้เราเหมือนจะมองโลกได้กว้างและลึกซึ้งขึ้นมาก.....พี่แดงยังเคยคุยกะสามีว่าถ้าเขาทำได้ไม่จริงนะ....หนังของเขาจะไม่ออกมาเหมือนมีซีวิตขนาดนี้ได้....เพราะถ่ายทอดออกมาจากใจได้จริงๆๆ....เหมือนอยู่ในซีวิตประจำวันของเขา....เคยดูข่าวของไทยประมาณ 6 เดือนที่แล้วว่าเราจะค้าขายกะเขา..แต่ข้อตกลงระหว่างกันคือไทยต้องใช้ของไทยจริงๆๆเขาถึงจะค้าขายด้วยประมาณนั้น...คือก็เลยไม่ได้หรืองัยไม่ทราบเพราะสินค้าของเรามีแต่ประเภทนำเข้า...นอกนั้นพี่แดงก็ไม่รู้.......รู้แต่ว่ารักหนังแขก  รักพระเอกนางเอกที่สวยปานเทพบุตรและนางเทพธิดา...มีคนเคยวิจารณ์พี่แดงว่าพี่แดงพูดจาเหมือนไม่อยู่ในโลกของความเป็นจริงเลยดูเหมือนกำลังฝัน.....พี่แดงก็ค่อนข้างตกใจเพราะเขาสะท้อนภาพเราไม่ตรงมาก....จึงอธิบายว่าไม่จริงเลย...เพราะพี่แดงเป็นคนที่ธรรมดามากๆๆ..แต่เวลาพูด...อาจจะดูสวยงามไปสักหน่อยคือเวลาพูดจะมีจินตนาการที่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริง..หมายถึงพูดความจริงแต่หลีกเลี่ยงใช้คำพูดที่ดูว่าเราชอบพูด...???เพราะคงเป็นเพราะเกิดปีระกา...และนานต่อมาประมาณ 2544-45 จึงพบหนังแขกอีกครั้ง...หนังแขกจึงตรงกับความนึกคึดของพี่แดง เรียกได้ว่า90%เป็นวิถีชิวิติคนจริงๆที่อยู่ในความนึกคิดของพี่แดงตลอด  อีก20% เป็นบวกแนวคิดวีถีพุทธที่พี่แดงศรัทธาและบวกเข้าเองค่ะ...เบื่อมั๊ยค่ะอาบังและเพื่อนๆๆ...ขอโทษด้วยถ้าระคายเคืองใจถ้าได้อ่าน...เพราะความคิดของพี่แดงวนเวียนอยู่ไม่กี่เรื่อง...อ่านง่ายมากๆๆ...

__________________
หัวขวด

Date:
Permalink   

ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร้อเลย


มีใครรู้ไหมว่าอดีตพระราชาแห่งกรุงลังกา หรือทศกัณท์นั้นมีกี่หน้าใครรู้ช่วยตอบที


ไม่รวมหน้าแตกนะเว้ย



__________________
PREM ROSHAN KHAN

Date:
Permalink   

 


              หวัดดี คุณหัวขวด .... ยินดีที่ได้รู้จักนะ


         บอกเรามาซะดีๆ  ว่าคุณเป็นใคร...และใครกันแน่เป็นคนส่งคุณมา.....


         ฮ่าๆ ....ล้อเล่นนะจ๊ะ...อย่าคิดมาก


             ไอ้คำถามที่ถามมา...เราไม่กล้าตอบหรอกนะจ๊ะ เพราะกลัวว่าจะผิด....เอาไว้ให้พี่แดงมาตอบดีกว่านะ....เพราะว่าพี่แดงเธออาวุโส...และก็มีความรู้เรื่องพวกนี้ดีทีเดียว .....


                หรือว่า น้องก้อย น้องเป๋า หรือ Veena เพื่อนรัก...ถ้ารู้ก็เข้ามาตอบหน่อยนะจ๊ะ


 



__________________
ขวัญข้าว ข่าน

Date:
Permalink   

เรียนคุณหัวขวด


ทศกัณฑ์ ก็ต้องมีสิบหน้าสิคะ  น่าจะเคยได้ยินเพลงนี่นา  ถ้าฉันมี..สิบหน้า อย่างทศกัณฑ์



__________________
อาบัง

Date:
Permalink   


เมื่อ2-3วันที่ผ่านมาพยายามดูหนังอินเดียที่หนูน้อยขวัญข้าว ข่านส่งมาให้หลายเรื่องให้หมด...จะได้รีบส่งคืนหนูน้อยโดยเร็ว.....เมื่อวานนานหน่อยหลังกลับจากธุระดึกๆก็มาดูหนังอินเดียถึงประมาณเที่ยงคืนกว่าๆหรือไงนี่แหล่ะ.เรียกว่าอยู่ในจินตนาการของมายา..ถ้าจำไม่ผิดเคยอ่านหนังสือที่ผู้รู้ท่านหนึ่งเขียนไว้ว่า..การแสดงละครของประเทศอินเดียนี่มีมาตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาล.โดยอาจจะเป็นการแสดงในท้องพระโรง,หรือเป็นการแสดงตามสถานที่ชุมชนทั่วไป(เดาเอาว่าคล้ายๆกับลิเกของไทยในปัจจุบัน).ซึ่งเมื่อพ่อแม่เป็นนักแสดงรุ่นลูกก็จะสืบเชื้อสายการแสดงต่อๆกันมาหลายช่วงอายุ ในสมัยก่อนเขาเรียกว่า "วิชามายาการ"....


วกมาคุยกับพี่แดงนิดดดดนึง....ไทยกับอินเดียเหมือนกลายๆกันมา..ศาสนาพราห์มเผยแพร่ผ่านอินเดียสู่ชนชาติขอมและเข้าสู่แดนสยาม..โดยยังปรากฎสัญญาลักษณ์เช่นที่ลพบุรี.(ศิลปขอม)และพวกศิวลึงล์และเทพต่างๆ..รวมถึงการแสดงในหลายๆภาคของไทยเช่นลิเก,โขน(ส่วนใหญ่ก็เล่นเรื่องรามเกียรติ์),..และรวมถึงศาสนาพุทธด้วย...เชื่อได้เลยอาบังท้าเลย..คนไทยกับคนอินเดียนี่คุยกันรู้เรื่อง(ต่อให้คนละภาษา)..ประเภทว่าคุยกันไม่นานเดี๋ยวซี้ปึ่ก.กินก็ง่าย.นอนก็ง่าย.แต่งตัวครือๆกัน..บางคนอาบังเคยเจอสมัยที่ทำงานเก่าเขามาจากอินเดีย.แต่งชุดทำงานเก่าๆ..คุยหัวเราะสนุกๆง่ายๆ..ที่ไหนได้คุยไปคุยมา.ดันเป็นด๊อกเตอร์มาจากอินเดีย..Wow!อะไรจาปานนั้น..


คุยเรื่อยเปื่อยไม่รู้มีใครงงมั่ง..ช่างเหอะอาบัง งง คนเดียวพอ


อาบัง



__________________
daeng

Date:
Permalink   

            เรื่องการเพลงและการเต้นในหนังแขกพี่แดงก็เพิ่งนึกออกเหมือนกันว่าคล้ายศิลปะการแสดงของเราจังเลย...นึกถึงสมัยเรียนมัธยมคุณครูที่สอนนาฏศิลป์เล่าว่าเราเอาท่าการรำมาจากอินเดียแต่อินเดียไม่เคยรู้....เขาคงเป็นเหมือนลิเก  หมอลำ โนรา  งิ้ว ของแถบเรา  แต่เป็นอะไรที่ต้องเอามาลงในหนัง.... วันนี้ก็มีผู้ชายที่ทำงานเดียวกันกับพี่แดงเขาเห็นคนเอาหนังแขกมาคืนพี่แดง...เขาถามว่าหนังอะไร...ก็บอกว่าหนังแขก..เขาบอกไม่ได้ดูนานแล้วยังเต้นใช้มือไว้ใต้คางโยกไปโยกมาหรือไม่...พี่แดงบอกว่าตอนนี้เขาทันสมัยนะ...เขาเลยขอดูเพราะเขาเคยชอบ....พี่แดงก็ดีใจ....เขาเล่าเหมือนที่เรากำลังนึกนี่แหละว่าการเต้นของเขาคงเป็นเหมือนหมอลำ  ลิเกบ้านเรา...


         ใช่ค่ะอาบัง...ทุกคนดูแล้วนึกถึงเรื่องเดียวกัน....แม้กะทั่งบางเรื่องพี่แดงยังเห็นเขาเปิบข้าวด้วยนะคะ....


          สวัสดีค่ะคุณหัวขวด....ทศกัณท์มีหน้าเดียวค่ะ...ดูจากเรื่องรามเกียรติ์สมัยนี้นะคะ...ที่ช่อง 7 เขาเอามาฉาย...ในภาคนี้เขาทำให้ทศกัณท์มีหน้าเดียวแต่ตัดหัว 10 ครั้งเพื่อเป็นการบำเพ็ญตะบะ....ประมาณนั้นเพื่อขอพรจากพระพรหม.... 



__________________
ราชา ไรชาน

Date:
Permalink   

หวาดดีครับ

ผมเคยดูรายการ ช่อง 9 ที่ี มี ธงชัย ประสงค์สันติ ท็อด ทองดี และ เท่ง เถิดเทิง เป็นพิธีกร ที่มีเล่าเรื่องไทยๆ และประชัน ดนตรีไทย เคยมีนฏศิลป์จากศรีลังกา แนวร่วมสมัยมาแสดงคนที่ เป็นผู้จัดการ ว่า ท่ารำของไทย คล้ายคลึงกับการร่ายรำ ของ อินเดีย
จากรัฐมณีปุระ ครับ เขาว่าคล้ายกันมาก น่าจะช่วยเสริมที่พี่แดงว่าเอาไว้ครับ

สมัยก่อนก็น่าจะคล้ายๆ กันกับตอนนี้คือ อินเดีย จีน ก็เหมือน อเมริกา อังกฤษ สมัยนี้ ที่เป็นต้นกำเนิดของศิลปะและวิทยาการหลายแขนง เมื่อมีการเดินทางค้าขายกัน ก็ต้องมีการแลกเปลี่ยนกันเป็นเรื่องธรรมดา

ผมว่า เรารับไปเลยครับว่า เรารับจากอินเดียมาเยอะมากๆ จากจีนก็มี ขณะเดียวกันผมเชื่อว่า ทางอินเดีย กับจีน ก็ต้องมีรับจากเราไปด้วยเช่นกัน ไม่มีทางจะเป็นทางเดียวไปได้
ดังนั้น เราต้องยอมรับครับว่า อินเดีย มีอิทธิพลในภูมิภาคนี้สูงมาก ในสมัยโบราณ

แต่หากถามว่าท่ารำของเราปัจจุบันเป็นอย่างไร เราตอบได้เต็มภาคภูมิใจว่า มีสไตล์แบบไทยแท้ 100 % ครับ แม้ ว่า ทางกัมพูชา หากใครเคยดูสารคดีคงเห็นว่า เขารำคล้ายกับเรามากกกกก แต่ก็คนละสไตล์

เหมือน ที่สมัยนี้ ที่ฝรั่งมี สปา จีนก็มี ญี่ปุ่นก็มี ก็เลียนแบบฝรั่งมาทั้งนั้น แต่ พอเดินไปเข้าสปาแต่ละที จะได้บรรยากาศต่างกัน ตรงนี้เรียกว่า สไตล์ ครับ ดังนั้น แม้ จะเป็นต้นกำเนิดก็ใช่ว่า จะดี กว่า ผู้รับมาใช้นะครับ เพราะหาก เขา เสริมเติมแต่ง สไตล์ ดีกว่า เข้าไป ต้นกำเนิด ก็ได้แต่ชื่อเท่านั้น

เหมือน ที่ ฝรั่งมาหัดมวยไทย หัดไม่กี่ปี น็อค นักมวยไทย ก็มีให้เห็นมากมาย ดังนั้น ศิลปวัฒนธรรมนอกจากจะมีและรักษาเอาไว้แล้ว เราต้อง ช่วยกัน พัฒนา ปรับข้อด้อยเสริมข้อดี กันอย่างต่อเนื่องอีกด้วยครับผม

ดีใจที่เพื่อนๆ พี่ๆ เข้ามาแสดงความเห็นกัน อย่างจริงจัง ปนสนุก ผมมีความสุขในการอ่านข้อความของทุกท่าน จริงๆ ครับผม

สวัสดี

ไปล่ะ
ราชา ไรชาน


__________________
PREM ROSHAN KHAN

Date:
Permalink   

 


           ราชาที่รักจ๋า.....


                  ตกลงหนูจะไม่ชี้แจงซะหน่อยเหรอจ๊ะ...เรื่องที่พี่ถามไปช่วงต้นๆ ของกระทู้น่ะจ๊ะ.....เรื่องที่ว่า พ่อหนูราชา กะ พ่อหนูน้อยนกแล .....


          ทำไมขึ้นต้นด้วย นกแล แต่ไปลงท้ายด้วย ราชา


                     ชี้แจงด้วยนะจ๊ะ......


               ส่วนพี่แดงจ๋า....เรากลับบ้านก่อนนะจ๊ะ.....เดี๋ยวพอกลับมากรุงเทพแล้วจะเข้ามาเม้าท์ นะว่า ข้าพเจ้ารู้จักหนังแขกได้อย่างไร.....เพราะเราจะต้องร่ายยาวไม่แพ้ยัยน้ำข้าวเลยอะ.....แบบว่ามันมีประวัติความเป็นมายาวนานอะนะ


                   คิดถึงพี่แดง และ น้องยีนด้วยนะจ๊ะ



__________________
daeng

Date:
Permalink   

     พี่แดงจะเล่าว่าเริ่มรักหนังแขกได้อย่างไรนะคะ....ก็เริ่มรู้จักหนังแขกจากองคุลีมาล....ก็ชอบหนังแต่ยังไม่รักมากเพราะพระเอกเขาค่อนข้างอ้วนๆๆ....หนังเรื่องต่อๆๆมาก็ชอบดูเขาเต้น...และร้องเพลง....แต่ก็ยังไม่รักมากเพราะพระเอกยังไม่หล่ออีกนั่นแหละและดูก็เป็นชุดระยิบ ระยับ.ไม่เหมือนคนทั่วไปเท่าไร่นะ...ก็คึดไป..และเวลาก็ไกล้เคียงกันนะ..คือประมาณ 2521 พี่แดงเรียนอยู่ป.3...ได้ดูอีกเรื่องเป็นหนังสมัยใหม่ของช่วงนั้นนะคะ ....การแต่งกายของเรื่องนี้ดูเหมือนเราหน่อยนะ..เป็นหนังวัยรุ่น


    เนื้อเรื่อง ก็ประมาณว่า  นางเอกเป็นนิสิต...ที่เปี้ยวมากๆๆ...ตรงใจพี่แดงแล้วหละ....นางเอกของเรื่องเขาชอบนักร้องดังคนนึงที่หล่อมากๆๆ....นางเอกก็ไปตามหานักร้องคนนั้นที่ที่เขาแสดงคอนเสริต...จะมีผู้ชายอีกคนที่ต่อมาพี่แดงถึงได้รู้ว่าเขาเป็นพระเอกเขาจะเป็นลูกของเพื่อนของพ่อนางเอก..เขารับคำขอร้องจากครอบครัวของนางเอกให้ช่วยดูแลนางเอก...และเขาก็แอบรักนางเอกแล้วด้วย...แต่นางเอกเขาค่อนข้างรำคาญพระเอกอยู่...พระเอกก็คอยตามนางเอกไปทุกที่...ก็ไม่ได้เชียร์เลย....เพราะพระเอกอะไรก็ไม่รู้...ค่อนข้างเข้มไม่หล่อหวานอย่างนักร้องที่นางเอกชอบ...เราก็เลยนึกว่านักร้องคนนั้นจะเป็นพระเอกเสียอีก...นางเอกเรื่องนี้สวยนะคะหุ่นนางแบบ....ถักผมเปีย...และเป็นเหตุให้พี่แดงม่นใจว่าหนังอินเดียไม่ใช่จะเชยๆๆทุกเรื่อง....แม้แต่สมัย2521 ยังมีหนังทันสมัยของสมัยนั้นด้วย


   เมื่อนางเอกกะนักร้องได้รู้จักกันก็ต่างคนเขาต่างชอบหน้าตาของกันและกันนะคะ...ทั้งนางเอกและนักร้องที่นางเอกรัก...ก็คบหากันด้วยดี...นางเอกก็หวังมากๆๆ..ส่วนพระเอกก็คอยเป็นก้าง...สุดท้ายนางเอกก็คงเหมือนจะมั่นใจว่านักร้องคนที่ตัวรักเขาก็รักตอบ....นางเอกก็บอกรักเขาไป....นักร้องคนนั้นเขาอึ้งเพราะคาดไม่ถึงและเขาก็บอกนางเอกว่าเขาเป็นคนที่แต่งงานแล้ว....มันสายไปแล้ว...และเขาก็รักภรรยาของเขามาก....จุดนี้แหละที่พี่แดงประทับใจ....คือเขาไม่หลอกทำร้ายจิตใจนางเอก....เขาบอกความจริง....เขาก็บอกนางเอกว่าให้คิดดูดีๆๆนะ...ความรู้สึกของนางเอกเป็นเพียงความหลงใหล..คลั่งไคล้...ไม่ใช่ความรัก....นางเอกก็เศร้าเสียใจจนเราร้องไห้ตาม....ซึมอยู่เนิ่นนานวัน....พระเอกก็รอคอยอยู่ห่างๆๆ....ไม่ได้มากวนใจอีกพอรู้ว่านางเอกเสียใจ....คือในงเอกได้สติต้วยตัวเอง...แล้วสุดท้ายพอหายเศร้านางเอกก็เริ่มสังเกตุว่าพระเอกหายไปไหนนะ.....และนั่นคือจดเริ่มต้นที่นางเอกเริ่มรู้ใจตนเอง....ทำไห้นางเอกเขาเริ่มรู้ว่าพระเอกนั่นแหละคือคนที่ตนรัก....นางเอกก็กลับมาสดใสเหมือนเดิม....นักร้องคนนั้นก็ดีใจด้วย....


   เรื่องนี้เขามีฉาก...ให้นางเอกชี้มือเหมือนสาปพระเอกให้เป็นหินด้วยเพราะพระเอกน้อยใจนางเอกว่าไม่เคยรักตนเลยและกำลังจะหนีไป...นางเอกก็แกล้งสาปและบอกว่าไปสิ...พระเอกก็ไปไม่ได้เพราะเป็นหิน......เหมือนในเรื่องแล้วจะรู้ว่ารักคือะไร....และพอปี2545 - 46 ได้ดูเรื่องแล้วจะรู้ว่ารักคืออะไร....แล้วทำไห้พี่แดงชอบเพราะเหมือนกันกับเรื่องนั้นหลายๆๆไอเดียอยู่...


   เด็กหญิงแดงเมื่อ 2521 ก็ช่างอัศจรรย์ใจจัง...ว่าเขาสาปกันให้เป็นหินได้ด้วย....นี่คอจุดที่พี่แดงรักหนังแขกอย่างแท้จริง...ส่วนฉากที่พี่แดงว่านักร้องคนนั้นเขาไม่ทำร้ายโดยหลอกนางเอกนั่นพี่แดงก็รักมากอยู่...และต่อมาก็แทบไม่เคยพบคุณธรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้จากหนังไหนๆๆเลย...เรื่องนี้ตราตรึงอยู่ในจิตใจของพี่แดง..ทัศนคติเรื่องความรักของพี่แดงจึงไม่เหมือนคนทั่วๆๆไปที่เขาพูดคุยกันถึงเรื่องของความรักและความผิดพลาดของชิวิตรัก......ที่คนเราใจค่อนข้างแคบๆๆกับเพศหญิง...โดยเฉพาะถ้าพบว่าผู้หญิงด้วยกันพูดให้กันได้อย่างน่ากลัวอยู่...


   อิทธพลของหนังแขกเรื่องนั้นยังงดงามอยู่ในความรู้สึกของพี่แดง..และเป็นเรื่องที่อธิบายให้แม้กระทั่งเด็ก ป.3 ให้เข้าใจได้ในเรื่องที่ไม่เคยมีประสบการณ์นั้นเลย...



__________________
อาบัง

Date:
Permalink   

เข้ามาอีกครั้งครับ..


มีอยู่สิ่งหนึ่งในหนังอินเดียเกือบทุกเรื่องที่เป็นสิ่งที่ดีมาก..แต่อาบังก็ยังไม่เคยทำอย่างนี้ซักที(คุณว่ามั้ย)


หลายๆเรื่องของหนังอินเดีย..ลูกเมื่อได้เจอพ่อแม่..เขาจะเดินเข้ามาก้มลงเอามือแตะ(หรือจับ)ที่เท้าของพ่อและแม่ก่อน...ที่บ้านอาบัง..อาบังยังไม่เคยได้ทำอย่างนี้กับพ่อและแม่ของอาบังเลย...อาบังนี่แย่น่าดูเลยนะ..ประเพณีบางอย่างถึงแม้จะไม่ใช่ของชนชาติแต่หากมันเป็นสิ่งที่ดีเราก็ควรจะทำใช่มั้ยเอ่ย?....หากวันไหนที่อาบังได้ทำ..วันนั้นอาบังจะมาบอกให้ทุกคนในนี้ได้ทราบ......จากใจ


อาบัง



__________________
daeng

Date:
Permalink   

           สวัสดีค่ะ..น้องพลอย น้องข้าว น้องเปรม คุณราชา คุณนกแล คุณหัวขวด อาบังและทุกท่านนะคะ...หลังจากกลับมาจากสงกรานต์ก็มากะน้องๆๆคุยต่อ...


           ว่าจะถามอาบังว่า....พี่แดงอ่านพบว่าอาบังทำงานด้านศิลปะ....พี่แดงเห็นชุดโฆษณารีเจนซี่ที่มีผู้หญิงใส่ชุดสีทอง...เหมือนกับชุดภิกษุณีของนางอัมราปารีในเรื่องพระเจ้าอชาติศัตรู...เลย..อาบังเคยดูหรือยัง..( ใครออกแบบน๊า...)



__________________
daeng

Date:
Permalink   

วันที่ 10 เมย.2549 เล่าว่ามีพี่ผู้ชายเขายืมหนังแขกไปดู.....แต่จริงๆๆแล้วเขาชอบหนังแขกอยู่เดิมแล้วตอนเด็ก....เขาชอบหนังต่อสู้กัน....ว่าเขาทำด้เหมือนจริง....แต่หนังใหม่เขาเขาเพิ่งได้ดูจากพี่แดง....เขาเล่าว่าชอบมาก....ร้องให้ตามหนังเรื่องลูกไม้ไกลต้นด้วย....เราก็หัวเราะว่าเขาร้องไห้เหมือนเรา...เรื่องนี้จำได้ว่าพี่แดงร้องไห้ทั้ง 3 แผ่นเลย.....

__________________
อาบัง

Date:
Permalink   

daeng wrote:


           สวัสดีค่ะ..น้องพลอย น้องข้าว น้องเปรม คุณราชา คุณนกแล คุณหัวขวด อาบังและทุกท่านนะคะ...หลังจากกลับมาจากสงกรานต์ก็มากะน้องๆๆคุยต่อ...            ว่าจะถามอาบังว่า....พี่แดงอ่านพบว่าอาบังทำงานด้านศิลปะ....พี่แดงเห็นชุดโฆษณารีเจนซี่ที่มีผู้หญิงใส่ชุดสีทอง...เหมือนกับชุดภิกษุณีของนางอัมราปารีในเรื่องพระเจ้าอชาติศัตรู...เลย..อาบังเคยดูหรือยัง..( ใครออกแบบน๊า...)


พี่แดง...อาบังไม่ได้ทำศิลปะเกี่ยวกับเสื้อผ้าหรอกครับพี่แดง..(แต่ดูๆจากหนังอินเดียแล้วทำให้มีจินตนาการคิดค้นแบบงานใหม่ๆ..แต่ก็ยังไม่เวิร์คซักที)..แต่งานที่อาบังทำมันก็ต้องใช้ศิลปะควบคู่อยู่ดีแต่ด้านไหน..ไม่กล้าบอกอายเค้า..เพราะเรามันยังไม่เก่ง.เลยต้องก้มหน้าก้มตาทำมันต่อไป..หากเก่งแล้วคงทำงานอะไรๆก็สำเร็จได้ตามใจนึกทุกอย่าง.ใช่มั้ยราชา<==(แซวคนนี้หน่อย..)


(เรื่องพระเจ้าอชาตศัตรูยังไม่เคยดูครับ....แต่เรื่องลูกไม้ไกลต้นดูแล้วครับ..ช่วงนี้ขอยืมหนังของเพื่อนๆน้องๆในเว็บมาดู..แต่พยายามดูให้จบเกรงใจเขาเพราะเขาส่งมาให้เยอะเลย..แต่ก็พบปัญหาอีกจนได้คือโดยปกติจะดูหนังจากเครื่องcomputer..ที่นี้เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาดูเยอะเกิน..เครื่องมันก็เลยทำงานหนักจนหยุดอ่านแผ่นดื้อๆเลย(คือ.มันเดี้ยงไปแล้ว)..คิดว่าคงต้องซื้อช่องอ่านซีดีมาเปลี่ยนใหม่.(ถูกน้องๆเจ้าของแผ่นบ่นแน่เลย...ดันคืนช้า)...อ้อ.พี่แดงเรื่ององคุลีมาลของดั้งเดิม..อาบังมีอยู่นะครับหากต้องการก็บอกมาได้เลย..อาบังจะส่งไปให้...แค่นี้ก่อนนะพี่แดง..อาบังตาลายแล่ววว


อาบัง


 



__________________
daeng

Date:
Permalink   

                  พี่แดงก็มีค่ะอาบังหนังเรื่ององคุลีมาลของอินเดีย....

__________________
Rkam

Date:
Permalink   


สมัยเป็นเด็กอยู่บ้านนอก  ได้เข้าเมืองซึ่วเป็นตัวจังหวัด  พี่พาไปดุหนัง  ที่บ้านจะให้ดูหนังอินเดีย  เพราะไม่มีฉากหวือหวา  แต่งกายเรียบร้อย  มีคติสอนใจ ฯลฯ  ไปดุบ่อย ๆ ก็เลยคุ้นเคยกับเพลงอินเดีย  จากคุ้นเคยพัฒนามาเป็นชอบ  นั้นตั้งแต่ปี 2512-13 (36-37 ปีมาแล้ว) ยังจำดาราอินเดียสมัยนั้นได้ดี  สุนิล  ดัทท์(รอยรักรอยมลทิน)  ราช  การปูร์  ซาซิ  การ์ปู(ปู่ของคารีน่าและคาริสมา  กาปูร์)(เทพธิดาในฝัน ฯลฯ) ทราเมนเดอร์(พ่อของพระเอกดัง 2 คน)(สามพี่น้อง)  สันจิป  กุมาร  เฮมา  มาลินี(ซีต้าและกีต้าร์ ฯลฯ)  มุมตัส  อาซา  ปาเรค  จีเทนดร้า  ราเยส  คานนา(ช้างเพื่อนแก้ว) ซีนัส  อามาน(เทพธิดาในฝัน) ฯลฯ  ช่วงท้ายดูคือ โซเลย์(ทราเมนเดอร์ อมิตาป  บาจัน เฮม่า  มาลินี ) หลังจากนั้นหนังอินเดียแทบจะหายไปจากเมืองไทยกันเลย  มาดูอีกทีคือ Guda  Gawah - รักข้าเหนือชีวิต ประมาณ 10 ปีที่แล้ว  และมาดูอีกทีหลังจากที่ลูกศิษย์ไปมาเลย์ซื้อเพลงประกอบหนังของ SRK มาให้ 2 แผ่น เพราะรู้ว่าอาจารย์ชอบเพลงอินเดีย  พอได้ฟังเพลงก็พยามเสาะหาหนังอินเดียของ SRK มาดู  แต่ 4-5 ปีที่แล้วหายากมาก  พอเจอ พลังรักวัยระเริงหรือ Mohabbatein แล้วจำได้ว่าเคยดู CD เพลงประกอบนี่น่า  เลยซื้อทันที  และประทับใจจริง ๆ หลังจากนั้นก็เจอโซเลย์  เทพธิดาในฝัน  ช้างเพื่อนแก้ว  สามพี่น้อง  ซีต้าและกีต้าร์  กาบี กาบี ฯ,ฯและหนังอินเดียเรื่องดังในอดีดทยอยกันออกมาอีก  แต่คุณภาพของ CD ยังทำออกมาไม่ดีเท่าที่ควร  รวมทั้งมีการตัดทอนหนังด้วย  จนกระทั่ง EVS มาเป็นคนจัดทำจึงดูเข้าท่า และ รอหนังอินเดียอื่น ๆ จาก EVS จนมาเจอ  สวรรค์เบี่ยงเปลี่ยนทางรัก  อัญชลี  แผ่นดินแม่, สามชีวิต  บ้านแก่คนไม่แก่  ชาตินี้ชาติไหนก็ขาดเธอไม่ได้ ลูกรักลูกเลี้ยง ฯลฯ  ก็เลยเป็นแฟนหนังอินเดียเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน  มีอีกค่ายคือ Rose VDO ก็ทำหนังอินเดียออกมาเหมือนกัน  แต่ผมว่ายังสู้ EVS ไม่ได้ฝนแง่ของการพากย์  เพราะบางเรื่องเขายังพากย์แบบเดิมคือเวลาพากย์จะปิดเสียงดนตรีประกอบ(ลูกไม้ไกลต้น)  ทำให้หมดอรรถรสในการดู(แม้ว่านักพากย์จะมีระดับ-ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นคุณโสภิดา  รงศิโยทัย  ในชื่อทีมพากย์รวมเพื่อน)  ไม่เหมือนการพากย์ของอินทรีย์  หรือพันธมิตรที่ EVS ทำออกมา  อันที่จริงทีกพากย์อัสวินของ Rose VDO ก็พากย์ใช้ได้  ผมดูเขาพากย์ บ่วงรักกามเทพ  เขาก็พากย์ได้ดี  ปัจจุบันอยากให้ EVs เข้ามาอ่านเรื่องพวกนี้ทางบอร์ดบ้าง  จะได้นำไปปรับปรุงหรือคัดสรรค์หนังอินเดียดีๆ มาใส่กล่องให้พวกเราดู  หรือสมาชิกคนใดที่สามารถบอกทาง EVS ได้ก็ขอให้บอกด้วยนะครับ  และจริง ๆ แล้ว EVS น่าจะเป็น Sponsor รายใหญ่ให้กับ WEB นี้ด้วยซ้ำไป  จะได้เป็นแหล่งรวมหรือแฟนพันธ์แท้หนังอินเดียให้พวกเราได้ส่งกระทู้  แนะนำ  ติจิง  ได้


 


 


 



__________________
ราชา ไรชาน

Date:
Permalink   

ขอบพระคุณ ครับ คุณ Rkam ที่กรุณา แนะนำ พี่ๆ EVS ให้ กับเว็ปไซต์เรานะครับ แต่เราต้องถ่อมตัวล่ะครับ ได้ข่าววงในว่า ทาง พี่ๆ EVS มีคลับหนังอินเดีย สมาชิก เป็น พัน เว็ปไซต์ ของเรา คงเป็นอะไรเล็กๆ ที่อบอุ่นมากกว่าครับ แต่ถ้า กรุณากับเรา ผมว่า คุณ "โมฮับบะเทน" พร้อมแจมแน่ๆ ครับ

โห แบบว่า ตอบแทน เลย ราชา นี่น่ะ

ไปล่ะ

ราชา ไรชาน


__________________
daeng

Date:
Permalink   

         ... แดงเกิด  กพ.2512 ค่ะคุณครูRkam....ดูหนังอินเดียครั้งแรก 2521 ...และดูหนังเก่าๆๆ..หลายเรื่อง...สัมผ้สและเปรียบเทียบดูแล้วดีนะคะ...ไม่เชยเลยหละ....เพียงแต่ความรู้แลอื่นๆๆจะเปลี่ยนตามยุคสมัยเท่านั้น...


 



__________________
daeng

Date:
Permalink   

             เสียงพากษ์...ถ้าเป็นทีมอินทรีย์พี่แดงก็จะดูอย่างสุขใจ....หนังอินเดียจะมีความสดใหม่เพราะคุณธรรมที่มีในหนังจะเข้าได้ทุกยุคทุกสมัย....ยิ่งดูยิ่งพบมากมาย...สามารถเก็บไว้ให้ใครๆๆที่เรารักและหวังดี..หรือใครๆๆก็ตามแต่...ดูได้เมื่อเหมาะกับเวลาของเขา....เมื่อเขาได้รู้อย่างที่เรารู้แล้วพลังที่มีในตัวเขาอาจจะมีมากหรือน้อยกว่าเราก็....ยินดี....ถ้าเขาก็จะเป็นส่วนหนึ่งในการบอกต่อในสิ่งที่ดีๆๆ...ให้แก่ตัวเขาเองคนรอบตัวของเขา  สังคมรอบตัวและห่างไกลออกไป...ในที่สุดก็จะเป็นพลังอันดีงามก่อเกิดขึ้นมากมายที่จะมารวมกับพลังของเราและท่านอื่นๆๆ..เมื่อนั้นแหละทุกสิ่งที่ทำก็จะรู้ว่าเราภาคภูมิใจเพราะเรารู้ตัวว่าเราทำเพื่อประเทศชาติ ศาสนา และองค์พระมหากาตริย์อันรักยิ่งของเรา...อยู่เสมอๆๆ....พลังนั้นนับว่าเป็นพลังของการพัฒนา...

__________________
Rkam

Date:
Permalink   


Rkam wrote:



          ช่วง K3G ออกเป็นแผ่นใหม่ ๆ ครูก็ซื้อ K3G นี่หละเป็นของขวัญปีใหม่ให้เพื่อน ๆ และบอกให้เพื่อน ๆ เปิดดูพร้อม ๆ กันกับครอบครัว(พ่อ แม่ ลูก)  ครอบครัวจะได้รักกันมากขึ้น  เพราะที่ดูครั้งแรกนึกถึงพ่อ แม่ มาก ๆ เลย  แต่ท่านทั้งสองก็ได้จากไปหลายปีแล้ว  ก็เลยซื้อและส่งไปให้พี่ ๆ ดู  บอกดูแล้วจะนึกถึงพ่อและแม่  และรักพ่อและแม่มากขึ้น  พี่ ๆ ก็เห็นด้วยและชอบ  (แต่ก้ไม่ทุกคน  คงเป็นเพราะครูยัดเยียดให้หรือเปล่า ?)  หนังเรื่องนี้จะเป็นเรื่องแรกที่ครูจะแนะนำให้คนอื่นที่ไม่รู้จักหนังอินเดียดู  เพราะเรื่องเกี่ยวกับความรักระหว่างพ่อ แม่ ลูก  ใคร ๆ ติดตามดูตั้งแต่ต้นจนจบ  (หนังเขาทำออกมาได้ดีขนาดนั้น) ไม่อินก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วละ  มีนักศึกษาคนหนึ่งนั่งดูกับครู  ดูแล้วร้องไห้ออกมาและไม่อายเลยนะ  ครูเลยส่งให้พนักงานขับรถ(วัยหนุ่มตอนต้นอายุ 25-26 นี่หละ)  ดูแล้วแกบอกชอบมาก ๆ เลย  ไม่คิดว่าหนังจะดีขนาดนี้  วันนั้นให้แกยืมหนังไปดู 5-6 เรื่อง  มีหนังฝรั่งดี ๆ หลายเรื่องด้วย  แต่แกบอกว่าเรื่องที่ดีที่สุดในหนังที่ยืมไปคือ K3G  จนเพื่อนแกที่ทำงานงง  และไม่อยากจะเชื่อ   ว่าเป็นไปได้ที่หนังอินเดียจะดีขนาดนั้น






__________________
Rkam

Date:
Permalink   

Rkam wrote :


        สำหรับเสียงพากย์  ทีมพากย์แต่ละทีมเขาก็จะมีข้อดี  ลัดษณะเด่นแตกต่างกันไป  สำหรับครู  ดูหนังแขกที่ฟังเสียงพากย์อินทรีย์มานาน  จนติดใจและชอบ  และเขาก็พากย์ได้ดีนะ  ให้อารมณ์ของตัวละคร ณ ขณะนั้นได้ดีตามบท  แต่ก่อนก็เห็นว่าทีมพันธมิตรพากย์หนังจีน  หนังเกาหลีได้ดีกว่าพากย์หนังแขก  เพราะทีมนี้นักพากย์พากกันไม่กี่คน  อย่างพากย์เดฟดาส  ตัวนางเอก-Aish  และตัวนางรอง-Maduhri ก็คนพากย์คนเดียวกัน  เสียงโทนเดียวกัน  เลยไม่ค่อยชอบ  แต่เขาก็พากย์ Veer-Zaara ได้ดีนะ  แต่ที่ประทับใจเขาพากย์หนังเกาหลี The Classic  ได้ดีที่สุดเลย


      ทีมพากย์อินทรียืเขาไปพากย์หนังฝรั่ง(ส่วนใหญ่)ให้ Right-Beyond บ้าง  ออนป้าบ้าง  ก็โอเค  ถ้ามีตัวละครเยอะขาก็จะกาคนพากย์มาเสริม  ที่เห็นบ่อย ๆ ก็ขจะมาจากเพื่อน ๆ ที่พากย์อยู่ช่อง 7 ด้วยกัน  คือคุณนัยนา  (สกุลเดิมที่ทราบคือ เพิ่มสุริยา-ติดตามผลงานพากย์ของแกมาตั้งแต่แกพากย์หนังไทย  จนมาอยู่ 7 สี)  และลูกสาวแก(สุชีรา)  ตัวลูกสาวแกจะพากย์เสียงเด็ก  เสียงสาววัยรุ่น  ได้ดีมาก  แต่นักพากย์ขวัญใจครูคือดวงดาว  จารุจินดา  เพราะแกพากย์ได้ดี  ได้อารมณ์  ติดตามผลงานแกมาตั้งแต่สมัยเป็นนางเอกใหม่ ๆ (วิมานสลัม, เข็ดจริง ๆ ให้ดิ้นตาย ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นหนังของพ่อ-คุณสักกะ  จารุจินดา)  ที่ชอยเพราะตอนเด็ก ๆ ที่บ้านนอกชอบฟังละคร(สมัย 40 ปีที่แล้ว)  คุณดวงดาวจะเล่นละครทางวิทยุอยู่คณะส่งเสริมศิลปิน(อะไรที่หละ  จำไม่ค่อยได้แล้ว)คู่กับคุณสมจินต์  ธรรมทัต  เท่าที่จำได้แกเล่นเรื่องสวรรค์กลางดง  น้ำผึ้งขม ฯลฯ แล้วมาพากย์หนังช่วงคุณจุรีกำลังดัง  ช่วงแรกพากยืเสียงคุณศิริขวัญ  นันทศิริ(ตัวอิจฉา)ได้ดีมากในหนังเสน่หาอาลัย(สมบัติ - พิศมัย)นี่ละ  หลัง ๆ พคุณดอกดินและคุณรุจน์สร้างหนังจะให้พากยืเสียงคุณมยุรา  และเสียงจารุณี  จนโด่งดังไปเลย  ได้รางวัลทางการพากย์มามากมาย


           นักพากย์รุ่นเก่าอีกคนที่เสียงดีคือคุณศันศนีย์  สมานวรวงศ์(วัฒนานุกูล-บอร์ดใหญ่ของช่อง 9 อสมท.ในปัจจุบัน)  แกเด่นในการพากย์เสียงเด็กผู้ชาย  ก็เคยพากย์โนบิตะจากโดเรม่อนในยุกแรก ๆ (20 กว่าปีมาแล้ว)จนโด่งดังเหมือนกัน  คุณศันสนีย์ก็แสดงหนัง 2 -3 เรื่อง  แต่ก็ไม่โด่งดัง  ที่จำได้คือคู่หูของเปี๊ยก  โปสเตอร์  ยังดีใจที่แกเป็นเพื่อนที่ดีและสนิทสนมกะคุณดวงดาว  มาจนกระทั่งบัดนี้


           ทีมพากย์เสียงเอก(สมัยก่อน)หรือทีม CVD ปัจจุบัน  ครูก็ชอบ  โดยเฉพาะพากย์หนังในค่าย CVD ที่เด่น ๆ ที่ชอบคือคุณจักรกฤษณ์  หาญวิชัยและคุณกรรณิการ์  (ไชยพานิช-ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นอะไรผมก็ลืมอีก)  จริง ๆ ทีมนี้พากย์ช่อง 3 มาก่อน  พากย์กะคุณศิริพร  วงศ์สวัสดิ์  ทีมนี้พากย์หนังจีนชุดสมัยนั้นได้ยอดเยี่ยมมาก  ใครนึกถึงอึ้งย้ง  จะนึกถึงเสียงคุณศิริพร  ทันที  เสียดายที่คุณศิริพร  เลิกพากย์หนังไปแล้ว  ปัจจุบันก้เห็นแสดงละครบ้าง  ล่าสุดเห็นโพล่ทางช่อง 3 (เรื่องพระจันทร์อะไรนี่หละ  ที่น้องหยาดแสดงคู่กับจ๊อบ-นิธิ)


           (ขอให้ข้อมูลต่อนะครับ)  นักพากย์ชายก็ชื่นชอบหลายคน  อย่างน้อยก็คุณชูชาติ  อินทรจากทีมพากย์อินทรีย์คนหนึ่งละ  ทีมพากย์อัศวินที่เคยพากย์หนังให้ค่าย Rose VDO ก็พากย์ใช้ได้ดีทีเดียว  คุณรอง  เค้ามูลคดี  ที่เคยร่วมทีมพากย์กะคุณดวงดาว  คุณจุรี  (เคยได้ฟังคุณรอง  รับเชิญพากย์กับทีมพากย์หนัง CD ของแมงป่อง หลายเรื่องเหมือนกัน)


          ปัจจุบันผมชอบนักพากย์อีกคนคือคุณโสภิดา  รังศิโยทัย  พากย์ได้ดีมาก  รู้สึกว่าแต่ก่อนจะพากย์อยู่กับพันธมิตร  ระยะหลัง ๆ เห็นแยกตัวออกไปพากย์ให้ CVD และพากย์หนังฝรั่งที่มีคุณภาพตามโรงใหญ่  หากใครมีประวัติของคุณโศภิดา  รังศิโยทัย  กรุณาเล่าหรือบอกข้อมูลการพากย์หนังให้ทราบด้วย


          อีกคนคือนักพากย์ช่อง 3 ที่ไปพากย์กับพันธมิตร  ไม่ทราบว่าชื่ออะไร  ที่พากย์ตัว Zaara  ใน Veer-Zaara  และนักพากย์หญิงประจำทีมพันธมิตรที่แกพากย์เสียงนางเอก The Classic


         ผมพยายามหาข้อมูลนักพากย์หนังแต่ไม่ค่อยจะได้มากนัก  เคยได้ข้อมูลทีมพากย์พันธมิตร  จากเว็ปอื่นบ้าง  แต่ทีมอื่นไม่ค่อยมี  และได้ข้อมูลทีมพากย์อินทรีย์จากเว้ปนี้  แต่ก็ไม่ละเอียด  จะเน้นแต่ลูกคุณชูชาติคนเดียว  อยากทราบทั้งทีม  ทั้งชุด


        เคยเข้าเว็ปของ CVD ที่เขาแนะนำทีมพากย์เหมือนกัน  แต่ก็ให้รายละเอียดไม่มากนัก  อยากทราบข้อมูล/รายละเอียดของนักพากย์  เพราะผู้พากย์ก็สำคัญในการพากย์ให้ได้ตามอารมณ์ของตัวละคร  พวกเราจึงจะดูหนังได้สนุก  ได้อรรถรส  ได้อารมณ์ของหนังตามที่เป็นจริงไปตามบท  เคยฟังคุณศรันยูพากย์หนังฝรั่ง 2 เรื่องได้มั้ง  รับไม่ได้เลยรู้สึกจะเรื่อง 3 Kings ของจอร์จ  คูนี่  และ City Of Angle ที่นิโคลาส เคจ และเม็ก ไรอัน  แสดง  ถ้าใครเคยดู  ถือว่าคุณสรันยู  สอบตกในการพากย์  และไม่เคยได้ยินแกพากย์อีกเลย  อันที่จริงดาราหลายคนที่พากย์หนัง(เขาเลียนแบบตามไสตล์ฝรั่ง)ก็พากย์ได้ดีไม่ว่าจะเป็นแอน  ทองประสม  สมพล(DJ); สุรศักดิ์ วงศ์ไทย ใน Bug Life อรรถพล(ลูกคุณพูลสวัสดิ์) และอีกหลายคน(ที่ตอนนี้นึกชื่อไม่ออก-แต่นึกหน้าออก)ที่พากย์ Lord Of The Ring ทั้ง 3 พากย์  รวมทั้งสินจัย  สมบัติ(พากย์การ์ตูน-Pocahoontus) สรพงศ์(พากย์การ์ตูนและพากย์หนังโจรสลัดของจอห์นนี่เด็ป)  คุณภูมิและคุณธัญญเรศที่พากย์ร่วมกับคุณสรพงศ์ในหนังโจรสลัดของจอห์นนี่เด็ป) ฯลฯ


         จริง ๆ แล้วเรื่องนักพากย์นี่ผมติดตามมาโดยตลอด  และสนใจมาก  ถ้าจะให้พูดให้เล่าจริง ๆ ยังมีอีกและยาว 


 



__________________
Page 1 of 1  sorted by
 
Quick Reply

Please log in to post quick replies.

Tweet this page Post to Digg Post to Del.icio.us


Create your own FREE Forum
Report Abuse
Powered by ActiveBoard