ชมข้อมูล ใหม่สด เป็นที่หนึ่ง เกี่ยวกับหนังอินเดียได้ครบทุกเรื่องที่ท่านต้องการรู้ กดที่คำว่า หนังอินเดีย ด้านบนได้เลยครับhttp://indiamovies.konthaihappy.com เราชาวเวปฯรู้จักและรักหนังแขกตั้งแต่เมื่อไหร่ อย่างไร ทำไมถึงรัก...พี่แดงรออ่านที่น้องๆๆเขียนก่อนดีกว่า.....เพราะเคยเล่าไปบ้างแล้วแต่ยังมีอีกนะคะ...เพราะเริ่มรู้จักหนังเรื่องแรกคึดว่าเป็องคุลีมาลเมื่อ ปี.พ.ศ.2521 และเริ่มชอบ...แต่จุดที่รักหนังแขก...จะเล่าอีกทีนะคะ....
พี่แดงตอนนี้กำลังจะพาลูกสาวและหลานสาวอีกหนึ่ง....ไปเที่ยววัดถ้ำอภัยดำรงธรรมวัดของพระอาจารย์วัน อุตตโม....พี่แดงจะชอบเวลาไปสระมุจรินทร์เข้าสมาธิได้ง่ายๆๆ....น้องๆๆถ้าอนาคตสนใจทางด้านนี้นะคะ....ให้ศึกษาดีๆๆสักหน่อย...ไม่น่ากลัวนะ...เพียงแต่ต้องมีความรู้ประมาณว่า...เมื่อจิตรวมแล้วจะเริ่มคุ้นเคยบ้างหละนะคะ...ถ้าศึกษามาดีพอควรท่านอาจารย์จะห้ามไวเรื่องส่งจิตออกนอกตัว...หมายถึงห้ามออกไปท่องเที่ยวทางจิตเพราะเราอาจจะถูกกักกันไว้จากผู้ที่เก่งกว่า...เวลาทำสมาธิก็ต้องมีสติระมัดระวังตัวให้ปลอดภัยจากเสียงรบกวนอื่นๆๆที่อาจจะทำให้จิตเราสลายเพราะจะเริ่มละเอียดคล้าแก้วใส....จุดหลักคือศรัทธาอย่างถูกทางอาจารย์และสิ่งต่างๆๆและพระพุทธเจ้าจะคุ้มครองก่อนจะเข้าสมาธิทุกครั้งก็บอกล่าวขอให้ท่านคุ้มครองด้วย.....พอถึงเวลาออกก็แผ่เมตตาและบุญกุศลให้ตนเองก่อนและถึงให้ผู้อื่นๆๆเช่นบิดามาดาเป็นต้น..พระพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระปัจจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์เราก็แผ่เมตตาและบุญกุศลให้ท่านด้วยนะคะ....และเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามด้วย........สักวันเราสามรถสัมผัสสอานิสงค์ของบุญนั้นที่คอยช่วยเราอย่างแปลกๆๆแล้วเราจะเข้าใจหนังอินเดียเพิ่มเวลาที่เหล่าตัวแสดงเขาต่อสู้ชิวิตตามประสาของมนุษย์ธรรมดาเหมือนเรา....แต่เราสัมผัสสได้ว่าหนังของเขาจะมีเหตุการณ์เหมือนมีสิ่งที่นอกเหนือธรรมชาติมาคอยช่วยเบนให้ซีวิติคนในหนังหรือวิถีของชนในหนังถูกต้องและถูกทางขึ้นตามที่ควรจะเป็นแต่เกินความสามรถมนุษย์แน่ๆๆเราซึ่งเป็นผู้ชมก็แยกออก.....จุดนั้นและนะคะ...ที่เปรียบเทียบกับเราได้ว่า....บุญกุศลที่เราหมั่นอุทิศให้ตนเองและผู้อื่นนั้นจะเป็นสื่อแห่งบุญที่สามรถเชื่อมโยงทุกสรรพสิ่งได้...และช่วยเหลือกันและกันได้แน่นอน....เหมือนเราเหมือนจะมีอะไรนะมาคอยช่วยเหลือ....เราจะสัมผัสสได้เมื่อถึงเวลาของเรานะคะ.....เรามักจะพบคำนี้อยู่เสมอนะคะว่า....ถ้าท่านช่วยเหลือตนเองพระก็ต้องช่วยเหลือท่าน.....ถ้าคำนี้นะคะ..ณ..เวลานี้พี่แดงอธิบายเพิ่มว่าเพราะความดีความถูกต้องที่เราหมั่นให้ตนเองแลผู้อื่นนั้น...เป็นประมาณ... IT ....
สำหรับข้าวแล้ว เริ่มรู้จักหนังอินเดีย ก็ตั้งแต่เด็กๆแล้วล่ะค่ะ (เด็กมากๆ )ที่ช่องเจ็ดเอามาฉาย ตอนกลางวันบ่อยๆ แต่ดูก็รู้สึกธรรมดาๆ ไม่ได้ประทับใจอะไรมากมาย ดูไปงั้นๆ แต่บางเรื่องรู้สึกว่าสนุกดี หลังจากนั้นข้าวกับหนังอินเดียก็ห่างๆ กันไป
จนเมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว ข้าวไปเช่าหนังมาดูกับเพื่อน จำไม่ได้แล้วว่าเรื่องอะไรแต่ว่าบังเอิญมีตัวอย่างหนัง "เดอะ กูร" อยู่ และก็ฉากเต้นแบบในหนังอินเดียที่เคยดูในสมัยเด็กๆ อยู่ด้วย แล้วความรู้สึกอยากดูหนังอินเดียแบบสมัยเด็กก็เกิดขึ้นมา หันไปคุยกับเพื่อนที่นั่งดูอยู่ด้วยกันบอกว่า " เฮ้ย อยากดูเรื่องนี้ว่ะ เห็นแล้วนึกถึงหนังแขกสมัยก่อนเลยเนาะ" เพื่อนก็บอกว่า "อืม...เหมือนกันเลย" โอ้โฮ...ใจตรงกันค่ะ หลังจากคืนหนังเรื่องนั้น ข้าวกับเพื่อนก็เช่า "เดอะ กูรู" มาดูต่อทันที ซึ่งก็เรียกความรู้สึกสนุกกๆ สมัยดูหนังแขกเมื่อตอนเด็กๆ ออกมาได้มากมายเลยทีเดียวค่ะ โดยเฉพาะตรงฉากเต้น ประทับใจมากมาย และเกิดความรู้สึกอยากดูหนังอินเดียขึ้นมาอีก แต่จนแล้วจนรอดข้าวก็ไม่ได้ไปหาหนังอินเดียมาดูเสียที แม้แต่อโสกมหาราช หรือ ดูม ที่เข้ามาในบ้านเราข้าวก้อยังไม่ได้ดูอีก เหมือนวาสนาพาแคล้วคลาดยังไงยังงั้น ยังไม่กลับมาพบกันสักที
จากนั้นข้าวก็เห็นกระทู้ประชาสัมพันธ์เว็บไซต์ไทยโมฮับบะเทน อัพเดตข่าวหนังอินเดียไทยในพันทิป เคยคลิกเข้ามาดูบ้างครั้งสองครั้ง แต่ก้อไม่สนใจเท่าไร เห็นไหมคะ คลาดกันอีกแล้ว! ในที่สุด.. จนกระทั่งดูรายการชิงช้าสวรรค์ของทางช่องโมเดิร์นไนน์ โรงเรียนจ่านกร้อง ใช้เพลง โกสัมพี ประกวดในชิงช้าสวรรค์ลูกทุ่งคอนเทสต์ รอบชิงชนะเลิศ ซึ่งเพลงนี้มีทำนองแบบแขก ๆ โชว์รีวิว เครื่องแต่งกายอะไรทั้งหลายก็ "ออกแขกๆ " หมด เท่านั้นแหละค่ะ สิ่งที่เคย "ลืม ลืม" ไปหลายหนก็กลับเข้ามา ความอยากดูหนังอินเดียสูบฉีดพุ่งปรี๊ด อยากดูหนังอินเดียใจจะขาดรอนๆ
ข้าวเข้าไปตั้งกระทู้ถามหาหนังอินเดียในเว็บพันทิป ซึ่งก้อมีพี่เป๋าเข้าไปแนะนำหนังให้ จำได้ว่ามี 6 เรื่อง คือ เดฟดาส 3kg โมฮับบะเทน แบลค วีร์-ซาร่า อีกเรื่องนึงเรื่องไรนึกไม่ออกและแนะนำเว็บไซต์ไทยโมฮับบะเทนนี้ให้ ตั้ง 2-3 ครั้งแน่ะ กว่าข้าวจะเข้ามา และเมื่อเข้ามาแล้วก้ออีกตั้ง 2-3 ครั้ง กว่าข้าวจะกล้าเข้ามาแนะนำตัวเองในบอร์ด
ทีแรกยังไม่ได้ซื้อหนังตามที่พี่เป๋าแนะนำหรอก เพราะหาซื้อไม่ได้ ทดลองคุ้ยแผ่นหนังลดราคาที่โลตัสก่อน เพราะเป็นจุดที่ข้าวลงต่อรถกลับบ้านทุกวัน ซึ่งตอนนั้นหนังลดราคาพอดี 3 เรื่อง 100 ของค่ายไรท์ ดูไปสองเรื่องแรกข้าวก็ยังไม่ประทับใจเท่าไร แต่ยังไงก็ได้ความสนุกจากเพลงและการเต้น จนเรื่องที่ 3 คือ Hum Aapke Hain Koun...! โอ้โห นั่นแหละค่ะ ประทับใจสุดๆ เลย อันนี้เป็นจุดเริ่มของอาการ"ฟีเวอร์" ค่ะ แล้วหลังจากนั้น ข้าวก็ซื้อเลิกหวงเงิน นโยบายที่ข้าวเคยใช้ตลอดมาเกี่ยวกับการซื้อหนังดูของตัวเองคือ ไม่ลด ไม่เซล ไม่ซื้อ ข้าวก้ไม่นำมาใช้กับหนังอินเดียเลยค่ะ แถมไปตามหาหนังอินเดียพี่เป๋าเคยแนะนำ ว่าที่ไหนพอจะมีขาย มะงุมมะงาหราเดาสุ่มไป 2-3 ที่ แบบว่าที่ไหนมีกระบะ มีร้านขายหนัง ต้องไปเดินไปยืนสำรวจ ด้อมๆ มองๆ ให้เจ้าของร้านระแวงเล่นว่าจะมาจิ๊กของรึจะมาจับลิขสิทธิ์ ในที่สุดก็เจอ..แหล่งขายหนังอินเดียแบบกล่อง 3 แผ่นของอีวีเอสที่ท็อปแลนด์ พลาซ่า โอ้โห ความรู้สึก เหมือนเจอขุมทรัพย์ ยังไงยังงั้นเลยค่ะ "เว่อร์ไปมั้ยเนี่ย ไอ้ข้าว"
เรื่องแรกซื้อ 3KG มาดูก่อน อลังการประทับใจค่ะ เรื่องที่สองลังเลอยู่นานเหมือนกันว่าจะหยิบอะไรดีระหว่า วีร์-ซาร่ากับโมฮับบะเทน แต่สุดท้ายก้เลือก โมฮับบะเทน ค่ะ ซึ่งเป็นหนังเรื่องที่ข้าวรู้สึกว่า"รัก" เป็นหนังเรื่องแรกและจุดเริ่มที่ทำให้รู้สึกเกิดความ "รัก" ต่อหนังอินเดียค่ะ ทุกวันนี้หนังอินเดียมีอิทธิพลกับข้าวมาก ฟีเวอร์เหลือเกิน ทั้งเรื่องเพลง แฟชั่น ความรู้สึกนึกคิด ดารา ซึ่งอาจจะมาเล่าให้ฟัง (อ่าน) วันหลังค่ะ
โอ้โฮ พิมพ์ยาวเป็นประวัติการณ์เลยค่ะ
ไปนะคะ
ขวัญข้าว ข่าน
สวัสดีค่ะ คุณนกแล และพี่ขวัญข้าว
พลอยกลับมาแล้วนะคะ ถ้าถามว่ารู้จักได้อย่างไร ก็คงตอบได้ว่า จริง ๆ แล้ว พลอยเองก็รู้จักตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วเพราะว่าคุณแม่ชอบดู ก็จะเช่ามาดูที่บ้านในสมัยนั้น พอพลอยโตได้ซักระยะหนึ่งพลอยก็เริ่มตั้งคำถามว่า ทำไมนางเอกหนังต้องอ้วน ๆ ด้วยและก็วิ่งอยู่นั่นแหล่ะ ไม่เหนื่อยกันบ้างหรืองัย แล้วก็รู้สึกไม่อยากดูเลยพระเอกก็ไม่หล่อ นางเอกก็อ้วน และพลอยก็เริ่มมาชอบอย่างจริงจังก็ตอนที่เรียนอยู่มหาลัยแล้วมีวันหนึ่งกำลังจะไปเช่าหนังที่อยู่ในร้านหน้ามหาลัยแล้วมีหนังอินเดียเรื่องหนึ่ง ชื่อเรื่องภาษาอินเดีย จำไม่ได้แล้ว แต่ชื่อภาษาไทยว่า ลัดฟ้ามาหารัก นำแสดงโดย แอชวารยา ไร และบ๊อบบี้ ดิโอล ก็มีความคิดว่าจะเช่าไปให้แม่ดู พอกลับถึงบ้านแล้วเปิด เท่านั้นแหล่ะ พลอยถึงกลับตะลึงในความสวยอย่างมาก และก็พาลชอบเรื่องอื่นไปด้วย
พลอย
..เมื่อตอนเด็กๆอาบังไม่ชอบดูหนังอินเดียและไม่ชอบเข้าใกล้คนอินเดีย..แต่ถามว่าเคยดูหนังอินเดียครั้งแรกที่ไหน..อาจจะช่วงอายุซัก8ขวบได้มั้งแม่เขาเปิดดู..ดูสมัยเป็นทีวีhitachiขาวดำแบบใช้มือบิดสวิทย์เปลี่ยนช่อง..แต่จำไม่ได้ว่าเรื่องอะไร..และก็มีมาดูเรื่ององคุลิมาล.แล้วก็บางเรื่อง..แต่มักจะหนีไม่กล้าดูพอคนอื่นดูหนังอินเดียที่ทางสถานีเอามาฉายก็กลัว.เดินหนีไปเลย...พอช่วงวัยทำงานช่วงซัก5-6ปีที่ผ่านมาเผอิญ..เอียนหนังปัจจุบันทั้งของฮ่องกงหรืออเมริกา.เลยนึกถึงตอนเด็กๆว่าอยากจะเห็นสภาพสมัยเก่าๆดูบ้างเลยไปซื้อหนังอินเดียเรื่องเก่าๆที่ร้านขาย..ก็สนุกดี.เพราะคิดอยู่อย่างเดียวว่า.คนอินเดียมันเก่งแฮ่ะ.สื่อสารหนังให้คนเข้าใจง่ายไม่ซับซ้อน....ต่อมาอาบังก็งานเกี่ยวกับศิลปะที่ต้องทำด้วยก็เลยพินิจพิจารณาเอาว่า.อารยธรรมในอดีด..อินเดียนี่มีอารยธรรมเก่าแก่มานาน..สิ่งที่ก่อกำเนิดหลายๆอย่างก็มาจากตรงอินเดียซะส่วนใหญ่..ก็เลยไปซื้อหนังอินเดียเพื่อจะมาดูศิลปะการร่ายรำ.,และเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายว่าในอดีตไอ้คนที่คิดเอาทองมาทำเป็นมงกุฎเครื่องแต่งกายนี่มันเก่งเอามากๆ..รวมถึงเทคนิคและเทคโนโลยีในปัจจุบันเวลาดูตอนเริ่งหนังเขาจะมีบอกเกี่ยวกับบริษัทผู้สร้างและฝ่ายเทคนิคต่างๆ.ก็ทำให้ทราบได้ว่าเขาไม่พึ่งเทคโนโลยีจากยุโรบหรืออเมริกาซักเท่าไหร่เลย..ประกอบกับเคยติดต่องานกับทางอินเดียมาบ้างเล็กน้อยเลยทำให้ทราบว่าเขามีสมองที่ชาญฉลาดมากและในทำนองเดียวกันเขาก็ไม่เย่อหยิ่งในความเก่งกาจที่เขาไม่ต้องไปแสดงตังอวดใครเลยทำให้ดูหนังอินเดียมาจนปัจจุบัน(ไม่รู้สมาชิกจะเข้าใจกันหรือเปล่า)..สรุปก็คือการที่อาบังดูหนังอินเดียบ่อยๆเพราะอาบังอยากรู้สภาพความคิดและการพัฒนาการความคิดในสังคมปัจจุบัน.เพื่อเอาไปเป็นพื้นฐานในการดูสภาพสังคมและจิตใจของตัวอาบังเอง...(ไม่รู้จะมีใครเข้าใจอีกหรือเปล่า..ครั้งที่2)
เอ้า!ไม่รู้ล่ะก็อาบังมันคิดอย่างงี้จริงๆนี่นา..เฮ้ออออออ
อาบัง
ได้อ่านแล้ว....เหมือนได้เข้าไปอยู่ในความนึกคิดและจินตนาการของทุกๆๆคนเลยค่ะงดงามมากๆๆ....ความรู้สึกที่พี่แดงได้อ่านนะคะ...เปรียบเหมือนที่มีคืนที่มีอากาศดีๆๆ....แล้วนอนไม่หลับจึงออกมาชมดาวเล่นยังงัย...ยังงั้นเลยสวยงาม... ระยิบระยับไปหมดเลย.ทั้งคุณราชา น้องพลอย น้องข้าว อาบัง..แถมมีหิ่งห้อยด้วย..คอยบินไป บนมาชวนให้นึกว่าดาวตก ( คุณนกแล )
ถ้าพี่แดงจะเดาที่อาบังเล่าก็คงประมาณว่าเหมือนฝรั่งที่เขาเจริญมากแต่เจริญเฉพาะวัตถุด้านจิตใจยังดูเหมือนจะขาดความสมบูรณ์หมายถึงขาดความสุขที่แท้จริง..ปัจจุบันจึงเริ่มหันมามองอารธรรม วัฒนธรรม ของแถบเอเชียเพราะนับว่ามีมายาวนานและยิ่งใหญ่เช่นในอินเดียก่อนอื่น..ใช่อินเดียแน่นอน???...ฝรั่งก็สนใจอินเดียเหมือนอาบัง???
อยากฟังอีกค่ะ........มีความสุขดีที่เวลาเห็นทุกๆๆคนได้เล่าอะไรๆๆที่มาบรรจงออกมาจากใจ......ใครอ่านแล้วก็ต้องรู้สึกเหมือนพี่แดงแน่นอนเลย
วันนี้เข้ามาอ่านอย่างเดียวง่ะ...เดี๋ยวมีเวลาจะเข้ามาตอบเพราะเรื่องมันยาวมากๆ
แต่เห็นอะไรแปลกๆ ง่ะ.....ก็เลยเอามาถามราชา.....ว่าทำไมเป็นแบบนี้หล่ะ...ระบบขัดข้อง...หรือว่าราชาอยู่ที่เดียวกันกะคุณนกแล.....หรือว่าราชาคิดถึงคุณนกแลมากขนาดพิมพ์ชื่อตัวเองผิดเป็นชื่อคุณนกแล
ตกลงราชากะคุณน้องนกแล...เป็นอะไรกัน
Name: นกแลDate: Fri Apr 7 14:40:18 2006Views: 22Quote | ReplyRE: เราเริ่มต้นรู้จักและรักหนังแขกกันยังงัยบ้างน๊า....อยากรู้จัง....
RE: เราเริ่มต้นรู้จักและรักหนังแขกกันยังงัยบ้างน๊า....อยากรู้จัง....
โห โห โห ต้อง ร้อง โห 3 หนเพราะว่าน้องข้าวเขียนได้ยาวอย่างน่าอ่าน อ่านแล้วได้สาระเด้อขอบคุณทุกคนด้วยครับที่มาแสดงความเห็นกัน Thanks หลาำยๆ ว่างๆ ต้องชวนน้องข้าวเขียนประสบการณ์หนังอินเดียบ้างแล้ว เขียนอ่านสนุกดี เด้อไปล่ะ ราชา ไรชาน
ไปแว้ว!!!!!
ถ้าพี่แดงจะเดาที่อาบังเล่าก็คงประมาณว่าเหมือนฝรั่งที่เขาเจริญมากแต่เจริญเฉพาะวัตถุด้านจิตใจยังดูเหมือนจะขาดความสมบูรณ์หมายถึงขาดความสุขที่แท้จริง..ปัจจุบันจึงเริ่มหันมามองอารธรรม วัฒนธรรม ของแถบเอเชียเพราะนับว่ามีมายาวนานและยิ่งใหญ่เช่นในอินเดียก่อนอื่น..ใช่อินเดียแน่นอน???...ฝรั่งก็สนใจอินเดียเหมือนอาบัง??? นั่นแน่!..พี่แดงทักอาบังด้วยก็อย่างที่พี่แดงเข้าใจครับ...พื้นเพประเทศที่มีมายาวนานมันผ่านประสบการณ์มาเยอะ.เจอความเที่ยงและไม่เที่ยงบ่อย.ความสังวรณ์ตนเองมีเปอร์เซนต์มากกว่าฝรั่งพอควร..(เดาเอาเอง..ผิดถูกก็ม่ายรู้)แต่ถ้าถามว่าทำไมอาบังไม่ชอบหนังอินเดียตอนเด็กๆ...ก็คือสมัยเด็กๆกลัวหนังอินเดียมาก..หน้าตาเขาน่ากลัวและดูเหมือนเขาเหม็นๆ(สมัยนั้นนะ..ไม่ใช่เดี๋ยวนี้)..พอกินข้าวอยู่หรือเดินกินอะไรอยู่ถ้ามีคนอินเดียมาให้เห็นใกล้ๆจะกลัวเดินหนีและไม่กินอะไรเลย.(แต่ชอบกินลูกชิ้นเนื้อวัว)..พอมาช่วงซักอายุประมาณ12-13ปีก็มาเลิกกินเนื้อวัวเพราะรู้สึกเหม็นคาวมาดื้อๆและกินไม่ได้แบบดื้อๆเลยจนกระทั่งปัจจุบัน..ส่วนหนังอินเดียก็กลับมากลายเป็นดู.ไอ้ที่เคยติดต่องานงานกับฝรั่งก็เลยลองเปลี่ยนมาติดต่อกับอินเดียดู..เขาก็คุยดี(ทางอีเมล)..ระบบงานเหมือนฝรั่งแต่คุยง่ายกว่าสะดวกกว่า....เคยขอCATALOG สินค้าเขา.เขาจัดส่งมาให้บางบริษัทซองเขาข้างในจะมีกลิ่นหอมๆเหมือนเวลาเดินไปดูผ้าพาหุรัดที่คนอินเดียขายเลยย.แต่คุณภาพกระดาษเขาดี(ดีกว่าของจีน)..ส่วนเรื่องคุณภาพสินค้าของอินเดียหลายๆอย่างมีคุณภาพเทียบเท่ายุโรบเลย(เคยซื้อของยุโรบ..พอมาลองซื้อของจีนปรากฎว่าคุณภาพด้อยกว่า..พอลองซื้อของอินเดียคุณภาพเขาสู้ได้เลยราคาบางอย่างเท่ากับจีนบางอย่างแพงกว่าจีนนิดหน่อยแต่คุณภาพดี)........เอ..เล่าสะเป่ะสะปะไปเรื่อยให้คนที่มีความรู้เรื่องอินเดียจริงๆมาเขียนมั่งดีกว่า..ข่อยรู้น้อยยยอาบัง
นั่นแน่!..พี่แดงทักอาบังด้วย
ก็อย่างที่พี่แดงเข้าใจครับ...พื้นเพประเทศที่มีมายาวนานมันผ่านประสบการณ์มาเยอะ.เจอความเที่ยงและไม่เที่ยงบ่อย.ความสังวรณ์ตนเองมีเปอร์เซนต์มากกว่าฝรั่งพอควร..(เดาเอาเอง..ผิดถูกก็ม่ายรู้)
แต่ถ้าถามว่าทำไมอาบังไม่ชอบหนังอินเดียตอนเด็กๆ...ก็คือสมัยเด็กๆกลัวหนังอินเดียมาก..หน้าตาเขาน่ากลัวและดูเหมือนเขาเหม็นๆ(สมัยนั้นนะ..ไม่ใช่เดี๋ยวนี้)..พอกินข้าวอยู่หรือเดินกินอะไรอยู่ถ้ามีคนอินเดียมาให้เห็นใกล้ๆจะกลัวเดินหนีและไม่กินอะไรเลย.(แต่ชอบกินลูกชิ้นเนื้อวัว)..พอมาช่วงซักอายุประมาณ12-13ปีก็มาเลิกกินเนื้อวัวเพราะรู้สึกเหม็นคาวมาดื้อๆและกินไม่ได้แบบดื้อๆเลยจนกระทั่งปัจจุบัน..ส่วนหนังอินเดียก็กลับมากลายเป็นดู.ไอ้ที่เคยติดต่องานงานกับฝรั่งก็เลยลองเปลี่ยนมาติดต่อกับอินเดียดู..เขาก็คุยดี(ทางอีเมล)..ระบบงานเหมือนฝรั่งแต่คุยง่ายกว่าสะดวกกว่า....เคยขอCATALOG สินค้าเขา.เขาจัดส่งมาให้บางบริษัทซองเขาข้างในจะมีกลิ่นหอมๆเหมือนเวลาเดินไปดูผ้าพาหุรัดที่คนอินเดียขายเลยย.แต่คุณภาพกระดาษเขาดี(ดีกว่าของจีน)..ส่วนเรื่องคุณภาพสินค้าของอินเดียหลายๆอย่างมีคุณภาพเทียบเท่ายุโรบเลย(เคยซื้อของยุโรบ..พอมาลองซื้อของจีนปรากฎว่าคุณภาพด้อยกว่า..พอลองซื้อของอินเดียคุณภาพเขาสู้ได้เลยราคาบางอย่างเท่ากับจีนบางอย่างแพงกว่าจีนนิดหน่อยแต่คุณภาพดี)........เอ..เล่าสะเป่ะสะปะไปเรื่อยให้คนที่มีความรู้เรื่องอินเดียจริงๆมาเขียนมั่งดีกว่า..ข่อยรู้น้อยยย
ปล่อยไก่ตัวเบ้อเร้อเลย
มีใครรู้ไหมว่าอดีตพระราชาแห่งกรุงลังกา หรือทศกัณท์นั้นมีกี่หน้าใครรู้ช่วยตอบที
ไม่รวมหน้าแตกนะเว้ย
หวัดดี คุณหัวขวด .... ยินดีที่ได้รู้จักนะ
บอกเรามาซะดีๆ ว่าคุณเป็นใคร...และใครกันแน่เป็นคนส่งคุณมา.....
ฮ่าๆ ....ล้อเล่นนะจ๊ะ...อย่าคิดมาก
ไอ้คำถามที่ถามมา...เราไม่กล้าตอบหรอกนะจ๊ะ เพราะกลัวว่าจะผิด....เอาไว้ให้พี่แดงมาตอบดีกว่านะ....เพราะว่าพี่แดงเธออาวุโส...และก็มีความรู้เรื่องพวกนี้ดีทีเดียว .....
หรือว่า น้องก้อย น้องเป๋า หรือ Veena เพื่อนรัก...ถ้ารู้ก็เข้ามาตอบหน่อยนะจ๊ะ
เรียนคุณหัวขวด
ทศกัณฑ์ ก็ต้องมีสิบหน้าสิคะ น่าจะเคยได้ยินเพลงนี่นา ถ้าฉันมี..สิบหน้า อย่างทศกัณฑ์
เมื่อ2-3วันที่ผ่านมาพยายามดูหนังอินเดียที่หนูน้อยขวัญข้าว ข่านส่งมาให้หลายเรื่องให้หมด...จะได้รีบส่งคืนหนูน้อยโดยเร็ว.....เมื่อวานนานหน่อยหลังกลับจากธุระดึกๆก็มาดูหนังอินเดียถึงประมาณเที่ยงคืนกว่าๆหรือไงนี่แหล่ะ.เรียกว่าอยู่ในจินตนาการของมายา..ถ้าจำไม่ผิดเคยอ่านหนังสือที่ผู้รู้ท่านหนึ่งเขียนไว้ว่า..การแสดงละครของประเทศอินเดียนี่มีมาตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาล.โดยอาจจะเป็นการแสดงในท้องพระโรง,หรือเป็นการแสดงตามสถานที่ชุมชนทั่วไป(เดาเอาว่าคล้ายๆกับลิเกของไทยในปัจจุบัน).ซึ่งเมื่อพ่อแม่เป็นนักแสดงรุ่นลูกก็จะสืบเชื้อสายการแสดงต่อๆกันมาหลายช่วงอายุ ในสมัยก่อนเขาเรียกว่า "วิชามายาการ"....วกมาคุยกับพี่แดงนิดดดดนึง....ไทยกับอินเดียเหมือนกลายๆกันมา..ศาสนาพราห์มเผยแพร่ผ่านอินเดียสู่ชนชาติขอมและเข้าสู่แดนสยาม..โดยยังปรากฎสัญญาลักษณ์เช่นที่ลพบุรี.(ศิลปขอม)และพวกศิวลึงล์และเทพต่างๆ..รวมถึงการแสดงในหลายๆภาคของไทยเช่นลิเก,โขน(ส่วนใหญ่ก็เล่นเรื่องรามเกียรติ์),..และรวมถึงศาสนาพุทธด้วย...เชื่อได้เลยอาบังท้าเลย..คนไทยกับคนอินเดียนี่คุยกันรู้เรื่อง(ต่อให้คนละภาษา)..ประเภทว่าคุยกันไม่นานเดี๋ยวซี้ปึ่ก.กินก็ง่าย.นอนก็ง่าย.แต่งตัวครือๆกัน..บางคนอาบังเคยเจอสมัยที่ทำงานเก่าเขามาจากอินเดีย.แต่งชุดทำงานเก่าๆ..คุยหัวเราะสนุกๆง่ายๆ..ที่ไหนได้คุยไปคุยมา.ดันเป็นด๊อกเตอร์มาจากอินเดีย..Wow!อะไรจาปานนั้น..คุยเรื่อยเปื่อยไม่รู้มีใครงงมั่ง..ช่างเหอะอาบัง งง คนเดียวพออาบัง
เมื่อ2-3วันที่ผ่านมาพยายามดูหนังอินเดียที่หนูน้อยขวัญข้าว ข่านส่งมาให้หลายเรื่องให้หมด...จะได้รีบส่งคืนหนูน้อยโดยเร็ว.....เมื่อวานนานหน่อยหลังกลับจากธุระดึกๆก็มาดูหนังอินเดียถึงประมาณเที่ยงคืนกว่าๆหรือไงนี่แหล่ะ.เรียกว่าอยู่ในจินตนาการของมายา..ถ้าจำไม่ผิดเคยอ่านหนังสือที่ผู้รู้ท่านหนึ่งเขียนไว้ว่า..การแสดงละครของประเทศอินเดียนี่มีมาตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาล.โดยอาจจะเป็นการแสดงในท้องพระโรง,หรือเป็นการแสดงตามสถานที่ชุมชนทั่วไป(เดาเอาว่าคล้ายๆกับลิเกของไทยในปัจจุบัน).ซึ่งเมื่อพ่อแม่เป็นนักแสดงรุ่นลูกก็จะสืบเชื้อสายการแสดงต่อๆกันมาหลายช่วงอายุ ในสมัยก่อนเขาเรียกว่า "วิชามายาการ"....
วกมาคุยกับพี่แดงนิดดดดนึง....ไทยกับอินเดียเหมือนกลายๆกันมา..ศาสนาพราห์มเผยแพร่ผ่านอินเดียสู่ชนชาติขอมและเข้าสู่แดนสยาม..โดยยังปรากฎสัญญาลักษณ์เช่นที่ลพบุรี.(ศิลปขอม)และพวกศิวลึงล์และเทพต่างๆ..รวมถึงการแสดงในหลายๆภาคของไทยเช่นลิเก,โขน(ส่วนใหญ่ก็เล่นเรื่องรามเกียรติ์),..และรวมถึงศาสนาพุทธด้วย...เชื่อได้เลยอาบังท้าเลย..คนไทยกับคนอินเดียนี่คุยกันรู้เรื่อง(ต่อให้คนละภาษา)..ประเภทว่าคุยกันไม่นานเดี๋ยวซี้ปึ่ก.กินก็ง่าย.นอนก็ง่าย.แต่งตัวครือๆกัน..บางคนอาบังเคยเจอสมัยที่ทำงานเก่าเขามาจากอินเดีย.แต่งชุดทำงานเก่าๆ..คุยหัวเราะสนุกๆง่ายๆ..ที่ไหนได้คุยไปคุยมา.ดันเป็นด๊อกเตอร์มาจากอินเดีย..Wow!อะไรจาปานนั้น..
คุยเรื่อยเปื่อยไม่รู้มีใครงงมั่ง..ช่างเหอะอาบัง งง คนเดียวพอ
เรื่องการเพลงและการเต้นในหนังแขกพี่แดงก็เพิ่งนึกออกเหมือนกันว่าคล้ายศิลปะการแสดงของเราจังเลย...นึกถึงสมัยเรียนมัธยมคุณครูที่สอนนาฏศิลป์เล่าว่าเราเอาท่าการรำมาจากอินเดียแต่อินเดียไม่เคยรู้....เขาคงเป็นเหมือนลิเก หมอลำ โนรา งิ้ว ของแถบเรา แต่เป็นอะไรที่ต้องเอามาลงในหนัง.... วันนี้ก็มีผู้ชายที่ทำงานเดียวกันกับพี่แดงเขาเห็นคนเอาหนังแขกมาคืนพี่แดง...เขาถามว่าหนังอะไร...ก็บอกว่าหนังแขก..เขาบอกไม่ได้ดูนานแล้วยังเต้นใช้มือไว้ใต้คางโยกไปโยกมาหรือไม่...พี่แดงบอกว่าตอนนี้เขาทันสมัยนะ...เขาเลยขอดูเพราะเขาเคยชอบ....พี่แดงก็ดีใจ....เขาเล่าเหมือนที่เรากำลังนึกนี่แหละว่าการเต้นของเขาคงเป็นเหมือนหมอลำ ลิเกบ้านเรา...
ใช่ค่ะอาบัง...ทุกคนดูแล้วนึกถึงเรื่องเดียวกัน....แม้กะทั่งบางเรื่องพี่แดงยังเห็นเขาเปิบข้าวด้วยนะคะ....
สวัสดีค่ะคุณหัวขวด....ทศกัณท์มีหน้าเดียวค่ะ...ดูจากเรื่องรามเกียรติ์สมัยนี้นะคะ...ที่ช่อง 7 เขาเอามาฉาย...ในภาคนี้เขาทำให้ทศกัณท์มีหน้าเดียวแต่ตัดหัว 10 ครั้งเพื่อเป็นการบำเพ็ญตะบะ....ประมาณนั้นเพื่อขอพรจากพระพรหม....
ราชาที่รักจ๋า.....
ตกลงหนูจะไม่ชี้แจงซะหน่อยเหรอจ๊ะ...เรื่องที่พี่ถามไปช่วงต้นๆ ของกระทู้น่ะจ๊ะ.....เรื่องที่ว่า พ่อหนูราชา กะ พ่อหนูน้อยนกแล .....
ทำไมขึ้นต้นด้วย นกแล แต่ไปลงท้ายด้วย ราชา
ชี้แจงด้วยนะจ๊ะ......
ส่วนพี่แดงจ๋า....เรากลับบ้านก่อนนะจ๊ะ.....เดี๋ยวพอกลับมากรุงเทพแล้วจะเข้ามาเม้าท์ นะว่า ข้าพเจ้ารู้จักหนังแขกได้อย่างไร.....เพราะเราจะต้องร่ายยาวไม่แพ้ยัยน้ำข้าวเลยอะ.....แบบว่ามันมีประวัติความเป็นมายาวนานอะนะ
คิดถึงพี่แดง และ น้องยีนด้วยนะจ๊ะ
พี่แดงจะเล่าว่าเริ่มรักหนังแขกได้อย่างไรนะคะ....ก็เริ่มรู้จักหนังแขกจากองคุลีมาล....ก็ชอบหนังแต่ยังไม่รักมากเพราะพระเอกเขาค่อนข้างอ้วนๆๆ....หนังเรื่องต่อๆๆมาก็ชอบดูเขาเต้น...และร้องเพลง....แต่ก็ยังไม่รักมากเพราะพระเอกยังไม่หล่ออีกนั่นแหละและดูก็เป็นชุดระยิบ ระยับ.ไม่เหมือนคนทั่วไปเท่าไร่นะ...ก็คึดไป..และเวลาก็ไกล้เคียงกันนะ..คือประมาณ 2521 พี่แดงเรียนอยู่ป.3...ได้ดูอีกเรื่องเป็นหนังสมัยใหม่ของช่วงนั้นนะคะ ....การแต่งกายของเรื่องนี้ดูเหมือนเราหน่อยนะ..เป็นหนังวัยรุ่น
เนื้อเรื่อง ก็ประมาณว่า นางเอกเป็นนิสิต...ที่เปี้ยวมากๆๆ...ตรงใจพี่แดงแล้วหละ....นางเอกของเรื่องเขาชอบนักร้องดังคนนึงที่หล่อมากๆๆ....นางเอกก็ไปตามหานักร้องคนนั้นที่ที่เขาแสดงคอนเสริต...จะมีผู้ชายอีกคนที่ต่อมาพี่แดงถึงได้รู้ว่าเขาเป็นพระเอกเขาจะเป็นลูกของเพื่อนของพ่อนางเอก..เขารับคำขอร้องจากครอบครัวของนางเอกให้ช่วยดูแลนางเอก...และเขาก็แอบรักนางเอกแล้วด้วย...แต่นางเอกเขาค่อนข้างรำคาญพระเอกอยู่...พระเอกก็คอยตามนางเอกไปทุกที่...ก็ไม่ได้เชียร์เลย....เพราะพระเอกอะไรก็ไม่รู้...ค่อนข้างเข้มไม่หล่อหวานอย่างนักร้องที่นางเอกชอบ...เราก็เลยนึกว่านักร้องคนนั้นจะเป็นพระเอกเสียอีก...นางเอกเรื่องนี้สวยนะคะหุ่นนางแบบ....ถักผมเปีย...และเป็นเหตุให้พี่แดงม่นใจว่าหนังอินเดียไม่ใช่จะเชยๆๆทุกเรื่อง....แม้แต่สมัย2521 ยังมีหนังทันสมัยของสมัยนั้นด้วย
เมื่อนางเอกกะนักร้องได้รู้จักกันก็ต่างคนเขาต่างชอบหน้าตาของกันและกันนะคะ...ทั้งนางเอกและนักร้องที่นางเอกรัก...ก็คบหากันด้วยดี...นางเอกก็หวังมากๆๆ..ส่วนพระเอกก็คอยเป็นก้าง...สุดท้ายนางเอกก็คงเหมือนจะมั่นใจว่านักร้องคนที่ตัวรักเขาก็รักตอบ....นางเอกก็บอกรักเขาไป....นักร้องคนนั้นเขาอึ้งเพราะคาดไม่ถึงและเขาก็บอกนางเอกว่าเขาเป็นคนที่แต่งงานแล้ว....มันสายไปแล้ว...และเขาก็รักภรรยาของเขามาก....จุดนี้แหละที่พี่แดงประทับใจ....คือเขาไม่หลอกทำร้ายจิตใจนางเอก....เขาบอกความจริง....เขาก็บอกนางเอกว่าให้คิดดูดีๆๆนะ...ความรู้สึกของนางเอกเป็นเพียงความหลงใหล..คลั่งไคล้...ไม่ใช่ความรัก....นางเอกก็เศร้าเสียใจจนเราร้องไห้ตาม....ซึมอยู่เนิ่นนานวัน....พระเอกก็รอคอยอยู่ห่างๆๆ....ไม่ได้มากวนใจอีกพอรู้ว่านางเอกเสียใจ....คือในงเอกได้สติต้วยตัวเอง...แล้วสุดท้ายพอหายเศร้านางเอกก็เริ่มสังเกตุว่าพระเอกหายไปไหนนะ.....และนั่นคือจดเริ่มต้นที่นางเอกเริ่มรู้ใจตนเอง....ทำไห้นางเอกเขาเริ่มรู้ว่าพระเอกนั่นแหละคือคนที่ตนรัก....นางเอกก็กลับมาสดใสเหมือนเดิม....นักร้องคนนั้นก็ดีใจด้วย....
เรื่องนี้เขามีฉาก...ให้นางเอกชี้มือเหมือนสาปพระเอกให้เป็นหินด้วยเพราะพระเอกน้อยใจนางเอกว่าไม่เคยรักตนเลยและกำลังจะหนีไป...นางเอกก็แกล้งสาปและบอกว่าไปสิ...พระเอกก็ไปไม่ได้เพราะเป็นหิน......เหมือนในเรื่องแล้วจะรู้ว่ารักคือะไร....และพอปี2545 - 46 ได้ดูเรื่องแล้วจะรู้ว่ารักคืออะไร....แล้วทำไห้พี่แดงชอบเพราะเหมือนกันกับเรื่องนั้นหลายๆๆไอเดียอยู่...
เด็กหญิงแดงเมื่อ 2521 ก็ช่างอัศจรรย์ใจจัง...ว่าเขาสาปกันให้เป็นหินได้ด้วย....นี่คอจุดที่พี่แดงรักหนังแขกอย่างแท้จริง...ส่วนฉากที่พี่แดงว่านักร้องคนนั้นเขาไม่ทำร้ายโดยหลอกนางเอกนั่นพี่แดงก็รักมากอยู่...และต่อมาก็แทบไม่เคยพบคุณธรรมเกี่ยวกับเรื่องนี้จากหนังไหนๆๆเลย...เรื่องนี้ตราตรึงอยู่ในจิตใจของพี่แดง..ทัศนคติเรื่องความรักของพี่แดงจึงไม่เหมือนคนทั่วๆๆไปที่เขาพูดคุยกันถึงเรื่องของความรักและความผิดพลาดของชิวิตรัก......ที่คนเราใจค่อนข้างแคบๆๆกับเพศหญิง...โดยเฉพาะถ้าพบว่าผู้หญิงด้วยกันพูดให้กันได้อย่างน่ากลัวอยู่...
อิทธพลของหนังแขกเรื่องนั้นยังงดงามอยู่ในความรู้สึกของพี่แดง..และเป็นเรื่องที่อธิบายให้แม้กระทั่งเด็ก ป.3 ให้เข้าใจได้ในเรื่องที่ไม่เคยมีประสบการณ์นั้นเลย...
เข้ามาอีกครั้งครับ..
มีอยู่สิ่งหนึ่งในหนังอินเดียเกือบทุกเรื่องที่เป็นสิ่งที่ดีมาก..แต่อาบังก็ยังไม่เคยทำอย่างนี้ซักที(คุณว่ามั้ย)
หลายๆเรื่องของหนังอินเดีย..ลูกเมื่อได้เจอพ่อแม่..เขาจะเดินเข้ามาก้มลงเอามือแตะ(หรือจับ)ที่เท้าของพ่อและแม่ก่อน...ที่บ้านอาบัง..อาบังยังไม่เคยได้ทำอย่างนี้กับพ่อและแม่ของอาบังเลย...อาบังนี่แย่น่าดูเลยนะ..ประเพณีบางอย่างถึงแม้จะไม่ใช่ของชนชาติแต่หากมันเป็นสิ่งที่ดีเราก็ควรจะทำใช่มั้ยเอ่ย?....หากวันไหนที่อาบังได้ทำ..วันนั้นอาบังจะมาบอกให้ทุกคนในนี้ได้ทราบ......จากใจ
สวัสดีค่ะ..น้องพลอย น้องข้าว น้องเปรม คุณราชา คุณนกแล คุณหัวขวด อาบังและทุกท่านนะคะ...หลังจากกลับมาจากสงกรานต์ก็มากะน้องๆๆคุยต่อ...
ว่าจะถามอาบังว่า....พี่แดงอ่านพบว่าอาบังทำงานด้านศิลปะ....พี่แดงเห็นชุดโฆษณารีเจนซี่ที่มีผู้หญิงใส่ชุดสีทอง...เหมือนกับชุดภิกษุณีของนางอัมราปารีในเรื่องพระเจ้าอชาติศัตรู...เลย..อาบังเคยดูหรือยัง..( ใครออกแบบน๊า...)
daeng wrote: สวัสดีค่ะ..น้องพลอย น้องข้าว น้องเปรม คุณราชา คุณนกแล คุณหัวขวด อาบังและทุกท่านนะคะ...หลังจากกลับมาจากสงกรานต์ก็มากะน้องๆๆคุยต่อ... ว่าจะถามอาบังว่า....พี่แดงอ่านพบว่าอาบังทำงานด้านศิลปะ....พี่แดงเห็นชุดโฆษณารีเจนซี่ที่มีผู้หญิงใส่ชุดสีทอง...เหมือนกับชุดภิกษุณีของนางอัมราปารีในเรื่องพระเจ้าอชาติศัตรู...เลย..อาบังเคยดูหรือยัง..( ใครออกแบบน๊า...)
พี่แดง...อาบังไม่ได้ทำศิลปะเกี่ยวกับเสื้อผ้าหรอกครับพี่แดง..(แต่ดูๆจากหนังอินเดียแล้วทำให้มีจินตนาการคิดค้นแบบงานใหม่ๆ..แต่ก็ยังไม่เวิร์คซักที)..แต่งานที่อาบังทำมันก็ต้องใช้ศิลปะควบคู่อยู่ดีแต่ด้านไหน..ไม่กล้าบอกอายเค้า..เพราะเรามันยังไม่เก่ง.เลยต้องก้มหน้าก้มตาทำมันต่อไป..หากเก่งแล้วคงทำงานอะไรๆก็สำเร็จได้ตามใจนึกทุกอย่าง.ใช่มั้ยราชา<==(แซวคนนี้หน่อย..)
(เรื่องพระเจ้าอชาตศัตรูยังไม่เคยดูครับ....แต่เรื่องลูกไม้ไกลต้นดูแล้วครับ..ช่วงนี้ขอยืมหนังของเพื่อนๆน้องๆในเว็บมาดู..แต่พยายามดูให้จบเกรงใจเขาเพราะเขาส่งมาให้เยอะเลย..แต่ก็พบปัญหาอีกจนได้คือโดยปกติจะดูหนังจากเครื่องcomputer..ที่นี้เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาดูเยอะเกิน..เครื่องมันก็เลยทำงานหนักจนหยุดอ่านแผ่นดื้อๆเลย(คือ.มันเดี้ยงไปแล้ว)..คิดว่าคงต้องซื้อช่องอ่านซีดีมาเปลี่ยนใหม่.(ถูกน้องๆเจ้าของแผ่นบ่นแน่เลย...ดันคืนช้า)...อ้อ.พี่แดงเรื่ององคุลีมาลของดั้งเดิม..อาบังมีอยู่นะครับหากต้องการก็บอกมาได้เลย..อาบังจะส่งไปให้...แค่นี้ก่อนนะพี่แดง..อาบังตาลายแล่ววว
สมัยเป็นเด็กอยู่บ้านนอก ได้เข้าเมืองซึ่วเป็นตัวจังหวัด พี่พาไปดุหนัง ที่บ้านจะให้ดูหนังอินเดีย เพราะไม่มีฉากหวือหวา แต่งกายเรียบร้อย มีคติสอนใจ ฯลฯ ไปดุบ่อย ๆ ก็เลยคุ้นเคยกับเพลงอินเดีย จากคุ้นเคยพัฒนามาเป็นชอบ นั้นตั้งแต่ปี 2512-13 (36-37 ปีมาแล้ว) ยังจำดาราอินเดียสมัยนั้นได้ดี สุนิล ดัทท์(รอยรักรอยมลทิน) ราช การปูร์ ซาซิ การ์ปู(ปู่ของคารีน่าและคาริสมา กาปูร์)(เทพธิดาในฝัน ฯลฯ) ทราเมนเดอร์(พ่อของพระเอกดัง 2 คน)(สามพี่น้อง) สันจิป กุมาร เฮมา มาลินี(ซีต้าและกีต้าร์ ฯลฯ) มุมตัส อาซา ปาเรค จีเทนดร้า ราเยส คานนา(ช้างเพื่อนแก้ว) ซีนัส อามาน(เทพธิดาในฝัน) ฯลฯ ช่วงท้ายดูคือ โซเลย์(ทราเมนเดอร์ อมิตาป บาจัน เฮม่า มาลินี ) หลังจากนั้นหนังอินเดียแทบจะหายไปจากเมืองไทยกันเลย มาดูอีกทีคือ Guda Gawah - รักข้าเหนือชีวิต ประมาณ 10 ปีที่แล้ว และมาดูอีกทีหลังจากที่ลูกศิษย์ไปมาเลย์ซื้อเพลงประกอบหนังของ SRK มาให้ 2 แผ่น เพราะรู้ว่าอาจารย์ชอบเพลงอินเดีย พอได้ฟังเพลงก็พยามเสาะหาหนังอินเดียของ SRK มาดู แต่ 4-5 ปีที่แล้วหายากมาก พอเจอ พลังรักวัยระเริงหรือ Mohabbatein แล้วจำได้ว่าเคยดู CD เพลงประกอบนี่น่า เลยซื้อทันที และประทับใจจริง ๆ หลังจากนั้นก็เจอโซเลย์ เทพธิดาในฝัน ช้างเพื่อนแก้ว สามพี่น้อง ซีต้าและกีต้าร์ กาบี กาบี ฯ,ฯและหนังอินเดียเรื่องดังในอดีดทยอยกันออกมาอีก แต่คุณภาพของ CD ยังทำออกมาไม่ดีเท่าที่ควร รวมทั้งมีการตัดทอนหนังด้วย จนกระทั่ง EVS มาเป็นคนจัดทำจึงดูเข้าท่า และ รอหนังอินเดียอื่น ๆ จาก EVS จนมาเจอ สวรรค์เบี่ยงเปลี่ยนทางรัก อัญชลี แผ่นดินแม่, สามชีวิต บ้านแก่คนไม่แก่ ชาตินี้ชาติไหนก็ขาดเธอไม่ได้ ลูกรักลูกเลี้ยง ฯลฯ ก็เลยเป็นแฟนหนังอินเดียเรื่อยมาจนกระทั่งปัจจุบัน มีอีกค่ายคือ Rose VDO ก็ทำหนังอินเดียออกมาเหมือนกัน แต่ผมว่ายังสู้ EVS ไม่ได้ฝนแง่ของการพากย์ เพราะบางเรื่องเขายังพากย์แบบเดิมคือเวลาพากย์จะปิดเสียงดนตรีประกอบ(ลูกไม้ไกลต้น) ทำให้หมดอรรถรสในการดู(แม้ว่านักพากย์จะมีระดับ-ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นคุณโสภิดา รงศิโยทัย ในชื่อทีมพากย์รวมเพื่อน) ไม่เหมือนการพากย์ของอินทรีย์ หรือพันธมิตรที่ EVS ทำออกมา อันที่จริงทีกพากย์อัสวินของ Rose VDO ก็พากย์ใช้ได้ ผมดูเขาพากย์ บ่วงรักกามเทพ เขาก็พากย์ได้ดี ปัจจุบันอยากให้ EVs เข้ามาอ่านเรื่องพวกนี้ทางบอร์ดบ้าง จะได้นำไปปรับปรุงหรือคัดสรรค์หนังอินเดียดีๆ มาใส่กล่องให้พวกเราดู หรือสมาชิกคนใดที่สามารถบอกทาง EVS ได้ก็ขอให้บอกด้วยนะครับ และจริง ๆ แล้ว EVS น่าจะเป็น Sponsor รายใหญ่ให้กับ WEB นี้ด้วยซ้ำไป จะได้เป็นแหล่งรวมหรือแฟนพันธ์แท้หนังอินเดียให้พวกเราได้ส่งกระทู้ แนะนำ ติจิง ได้
... แดงเกิด กพ.2512 ค่ะคุณครูRkam....ดูหนังอินเดียครั้งแรก 2521 ...และดูหนังเก่าๆๆ..หลายเรื่อง...สัมผ้สและเปรียบเทียบดูแล้วดีนะคะ...ไม่เชยเลยหละ....เพียงแต่ความรู้แลอื่นๆๆจะเปลี่ยนตามยุคสมัยเท่านั้น...
Rkam wrote: ช่วง K3G ออกเป็นแผ่นใหม่ ๆ ครูก็ซื้อ K3G นี่หละเป็นของขวัญปีใหม่ให้เพื่อน ๆ และบอกให้เพื่อน ๆ เปิดดูพร้อม ๆ กันกับครอบครัว(พ่อ แม่ ลูก) ครอบครัวจะได้รักกันมากขึ้น เพราะที่ดูครั้งแรกนึกถึงพ่อ แม่ มาก ๆ เลย แต่ท่านทั้งสองก็ได้จากไปหลายปีแล้ว ก็เลยซื้อและส่งไปให้พี่ ๆ ดู บอกดูแล้วจะนึกถึงพ่อและแม่ และรักพ่อและแม่มากขึ้น พี่ ๆ ก็เห็นด้วยและชอบ (แต่ก้ไม่ทุกคน คงเป็นเพราะครูยัดเยียดให้หรือเปล่า ?) หนังเรื่องนี้จะเป็นเรื่องแรกที่ครูจะแนะนำให้คนอื่นที่ไม่รู้จักหนังอินเดียดู เพราะเรื่องเกี่ยวกับความรักระหว่างพ่อ แม่ ลูก ใคร ๆ ติดตามดูตั้งแต่ต้นจนจบ (หนังเขาทำออกมาได้ดีขนาดนั้น) ไม่อินก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วละ มีนักศึกษาคนหนึ่งนั่งดูกับครู ดูแล้วร้องไห้ออกมาและไม่อายเลยนะ ครูเลยส่งให้พนักงานขับรถ(วัยหนุ่มตอนต้นอายุ 25-26 นี่หละ) ดูแล้วแกบอกชอบมาก ๆ เลย ไม่คิดว่าหนังจะดีขนาดนี้ วันนั้นให้แกยืมหนังไปดู 5-6 เรื่อง มีหนังฝรั่งดี ๆ หลายเรื่องด้วย แต่แกบอกว่าเรื่องที่ดีที่สุดในหนังที่ยืมไปคือ K3G จนเพื่อนแกที่ทำงานงง และไม่อยากจะเชื่อ ว่าเป็นไปได้ที่หนังอินเดียจะดีขนาดนั้น
Rkam wrote:
ช่วง K3G ออกเป็นแผ่นใหม่ ๆ ครูก็ซื้อ K3G นี่หละเป็นของขวัญปีใหม่ให้เพื่อน ๆ และบอกให้เพื่อน ๆ เปิดดูพร้อม ๆ กันกับครอบครัว(พ่อ แม่ ลูก) ครอบครัวจะได้รักกันมากขึ้น เพราะที่ดูครั้งแรกนึกถึงพ่อ แม่ มาก ๆ เลย แต่ท่านทั้งสองก็ได้จากไปหลายปีแล้ว ก็เลยซื้อและส่งไปให้พี่ ๆ ดู บอกดูแล้วจะนึกถึงพ่อและแม่ และรักพ่อและแม่มากขึ้น พี่ ๆ ก็เห็นด้วยและชอบ (แต่ก้ไม่ทุกคน คงเป็นเพราะครูยัดเยียดให้หรือเปล่า ?) หนังเรื่องนี้จะเป็นเรื่องแรกที่ครูจะแนะนำให้คนอื่นที่ไม่รู้จักหนังอินเดียดู เพราะเรื่องเกี่ยวกับความรักระหว่างพ่อ แม่ ลูก ใคร ๆ ติดตามดูตั้งแต่ต้นจนจบ (หนังเขาทำออกมาได้ดีขนาดนั้น) ไม่อินก็ไม่รู้จะว่าอย่างไรแล้วละ มีนักศึกษาคนหนึ่งนั่งดูกับครู ดูแล้วร้องไห้ออกมาและไม่อายเลยนะ ครูเลยส่งให้พนักงานขับรถ(วัยหนุ่มตอนต้นอายุ 25-26 นี่หละ) ดูแล้วแกบอกชอบมาก ๆ เลย ไม่คิดว่าหนังจะดีขนาดนี้ วันนั้นให้แกยืมหนังไปดู 5-6 เรื่อง มีหนังฝรั่งดี ๆ หลายเรื่องด้วย แต่แกบอกว่าเรื่องที่ดีที่สุดในหนังที่ยืมไปคือ K3G จนเพื่อนแกที่ทำงานงง และไม่อยากจะเชื่อ ว่าเป็นไปได้ที่หนังอินเดียจะดีขนาดนั้น
Rkam wrote :
สำหรับเสียงพากย์ ทีมพากย์แต่ละทีมเขาก็จะมีข้อดี ลัดษณะเด่นแตกต่างกันไป สำหรับครู ดูหนังแขกที่ฟังเสียงพากย์อินทรีย์มานาน จนติดใจและชอบ และเขาก็พากย์ได้ดีนะ ให้อารมณ์ของตัวละคร ณ ขณะนั้นได้ดีตามบท แต่ก่อนก็เห็นว่าทีมพันธมิตรพากย์หนังจีน หนังเกาหลีได้ดีกว่าพากย์หนังแขก เพราะทีมนี้นักพากย์พากกันไม่กี่คน อย่างพากย์เดฟดาส ตัวนางเอก-Aish และตัวนางรอง-Maduhri ก็คนพากย์คนเดียวกัน เสียงโทนเดียวกัน เลยไม่ค่อยชอบ แต่เขาก็พากย์ Veer-Zaara ได้ดีนะ แต่ที่ประทับใจเขาพากย์หนังเกาหลี The Classic ได้ดีที่สุดเลย
ทีมพากย์อินทรียืเขาไปพากย์หนังฝรั่ง(ส่วนใหญ่)ให้ Right-Beyond บ้าง ออนป้าบ้าง ก็โอเค ถ้ามีตัวละครเยอะขาก็จะกาคนพากย์มาเสริม ที่เห็นบ่อย ๆ ก็ขจะมาจากเพื่อน ๆ ที่พากย์อยู่ช่อง 7 ด้วยกัน คือคุณนัยนา (สกุลเดิมที่ทราบคือ เพิ่มสุริยา-ติดตามผลงานพากย์ของแกมาตั้งแต่แกพากย์หนังไทย จนมาอยู่ 7 สี) และลูกสาวแก(สุชีรา) ตัวลูกสาวแกจะพากย์เสียงเด็ก เสียงสาววัยรุ่น ได้ดีมาก แต่นักพากย์ขวัญใจครูคือดวงดาว จารุจินดา เพราะแกพากย์ได้ดี ได้อารมณ์ ติดตามผลงานแกมาตั้งแต่สมัยเป็นนางเอกใหม่ ๆ (วิมานสลัม, เข็ดจริง ๆ ให้ดิ้นตาย ฯลฯ ส่วนใหญ่เป็นหนังของพ่อ-คุณสักกะ จารุจินดา) ที่ชอยเพราะตอนเด็ก ๆ ที่บ้านนอกชอบฟังละคร(สมัย 40 ปีที่แล้ว) คุณดวงดาวจะเล่นละครทางวิทยุอยู่คณะส่งเสริมศิลปิน(อะไรที่หละ จำไม่ค่อยได้แล้ว)คู่กับคุณสมจินต์ ธรรมทัต เท่าที่จำได้แกเล่นเรื่องสวรรค์กลางดง น้ำผึ้งขม ฯลฯ แล้วมาพากย์หนังช่วงคุณจุรีกำลังดัง ช่วงแรกพากยืเสียงคุณศิริขวัญ นันทศิริ(ตัวอิจฉา)ได้ดีมากในหนังเสน่หาอาลัย(สมบัติ - พิศมัย)นี่ละ หลัง ๆ พคุณดอกดินและคุณรุจน์สร้างหนังจะให้พากยืเสียงคุณมยุรา และเสียงจารุณี จนโด่งดังไปเลย ได้รางวัลทางการพากย์มามากมาย
นักพากย์รุ่นเก่าอีกคนที่เสียงดีคือคุณศันศนีย์ สมานวรวงศ์(วัฒนานุกูล-บอร์ดใหญ่ของช่อง 9 อสมท.ในปัจจุบัน) แกเด่นในการพากย์เสียงเด็กผู้ชาย ก็เคยพากย์โนบิตะจากโดเรม่อนในยุกแรก ๆ (20 กว่าปีมาแล้ว)จนโด่งดังเหมือนกัน คุณศันสนีย์ก็แสดงหนัง 2 -3 เรื่อง แต่ก็ไม่โด่งดัง ที่จำได้คือคู่หูของเปี๊ยก โปสเตอร์ ยังดีใจที่แกเป็นเพื่อนที่ดีและสนิทสนมกะคุณดวงดาว มาจนกระทั่งบัดนี้
ทีมพากย์เสียงเอก(สมัยก่อน)หรือทีม CVD ปัจจุบัน ครูก็ชอบ โดยเฉพาะพากย์หนังในค่าย CVD ที่เด่น ๆ ที่ชอบคือคุณจักรกฤษณ์ หาญวิชัยและคุณกรรณิการ์ (ไชยพานิช-ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นอะไรผมก็ลืมอีก) จริง ๆ ทีมนี้พากย์ช่อง 3 มาก่อน พากย์กะคุณศิริพร วงศ์สวัสดิ์ ทีมนี้พากย์หนังจีนชุดสมัยนั้นได้ยอดเยี่ยมมาก ใครนึกถึงอึ้งย้ง จะนึกถึงเสียงคุณศิริพร ทันที เสียดายที่คุณศิริพร เลิกพากย์หนังไปแล้ว ปัจจุบันก้เห็นแสดงละครบ้าง ล่าสุดเห็นโพล่ทางช่อง 3 (เรื่องพระจันทร์อะไรนี่หละ ที่น้องหยาดแสดงคู่กับจ๊อบ-นิธิ)
(ขอให้ข้อมูลต่อนะครับ) นักพากย์ชายก็ชื่นชอบหลายคน อย่างน้อยก็คุณชูชาติ อินทรจากทีมพากย์อินทรีย์คนหนึ่งละ ทีมพากย์อัศวินที่เคยพากย์หนังให้ค่าย Rose VDO ก็พากย์ใช้ได้ดีทีเดียว คุณรอง เค้ามูลคดี ที่เคยร่วมทีมพากย์กะคุณดวงดาว คุณจุรี (เคยได้ฟังคุณรอง รับเชิญพากย์กับทีมพากย์หนัง CD ของแมงป่อง หลายเรื่องเหมือนกัน)
ปัจจุบันผมชอบนักพากย์อีกคนคือคุณโสภิดา รังศิโยทัย พากย์ได้ดีมาก รู้สึกว่าแต่ก่อนจะพากย์อยู่กับพันธมิตร ระยะหลัง ๆ เห็นแยกตัวออกไปพากย์ให้ CVD และพากย์หนังฝรั่งที่มีคุณภาพตามโรงใหญ่ หากใครมีประวัติของคุณโศภิดา รังศิโยทัย กรุณาเล่าหรือบอกข้อมูลการพากย์หนังให้ทราบด้วย
อีกคนคือนักพากย์ช่อง 3 ที่ไปพากย์กับพันธมิตร ไม่ทราบว่าชื่ออะไร ที่พากย์ตัว Zaara ใน Veer-Zaara และนักพากย์หญิงประจำทีมพันธมิตรที่แกพากย์เสียงนางเอก The Classic
ผมพยายามหาข้อมูลนักพากย์หนังแต่ไม่ค่อยจะได้มากนัก เคยได้ข้อมูลทีมพากย์พันธมิตร จากเว็ปอื่นบ้าง แต่ทีมอื่นไม่ค่อยมี และได้ข้อมูลทีมพากย์อินทรีย์จากเว้ปนี้ แต่ก็ไม่ละเอียด จะเน้นแต่ลูกคุณชูชาติคนเดียว อยากทราบทั้งทีม ทั้งชุด
เคยเข้าเว็ปของ CVD ที่เขาแนะนำทีมพากย์เหมือนกัน แต่ก็ให้รายละเอียดไม่มากนัก อยากทราบข้อมูล/รายละเอียดของนักพากย์ เพราะผู้พากย์ก็สำคัญในการพากย์ให้ได้ตามอารมณ์ของตัวละคร พวกเราจึงจะดูหนังได้สนุก ได้อรรถรส ได้อารมณ์ของหนังตามที่เป็นจริงไปตามบท เคยฟังคุณศรันยูพากย์หนังฝรั่ง 2 เรื่องได้มั้ง รับไม่ได้เลยรู้สึกจะเรื่อง 3 Kings ของจอร์จ คูนี่ และ City Of Angle ที่นิโคลาส เคจ และเม็ก ไรอัน แสดง ถ้าใครเคยดู ถือว่าคุณสรันยู สอบตกในการพากย์ และไม่เคยได้ยินแกพากย์อีกเลย อันที่จริงดาราหลายคนที่พากย์หนัง(เขาเลียนแบบตามไสตล์ฝรั่ง)ก็พากย์ได้ดีไม่ว่าจะเป็นแอน ทองประสม สมพล(DJ); สุรศักดิ์ วงศ์ไทย ใน Bug Life อรรถพล(ลูกคุณพูลสวัสดิ์) และอีกหลายคน(ที่ตอนนี้นึกชื่อไม่ออก-แต่นึกหน้าออก)ที่พากย์ Lord Of The Ring ทั้ง 3 พากย์ รวมทั้งสินจัย สมบัติ(พากย์การ์ตูน-Pocahoontus) สรพงศ์(พากย์การ์ตูนและพากย์หนังโจรสลัดของจอห์นนี่เด็ป) คุณภูมิและคุณธัญญเรศที่พากย์ร่วมกับคุณสรพงศ์ในหนังโจรสลัดของจอห์นนี่เด็ป) ฯลฯ
จริง ๆ แล้วเรื่องนักพากย์นี่ผมติดตามมาโดยตลอด และสนใจมาก ถ้าจะให้พูดให้เล่าจริง ๆ ยังมีอีกและยาว