Members Login
Username 
 
Password 
    Remember Me  
Post Info TOPIC: ความสุขใจที่เพิ่มขึ้นเมื่อได้ ลงมือทำ
เรา

Date:
ความสุขใจที่เพิ่มขึ้นเมื่อได้ ลงมือทำ
Permalink   


เรา

สิ่งทั้งหลายสะท้อนมาจากภายใน แต่ปัจจัยภายนอกยากจะคุมได้ เพราะ มีทั้งที่มีชีวิต และ ธรรมชาติ
ความสุขจากภายในเหมือนคนที่อยู่ในเรือ สติ เหมือนลำเรือ หากไม่มีสติ เรืออาจจะคว่ำได้ แม้เราจะคิดสุข
ก็คงต้องตกลงไปในน้ำ ดังนั้น เมื่อเราสุขจริงจากภายใน ดังคำที่พระท่านว่า

ไม่ทำชั่ว ทำแต่ดี และ มีจิตใจผ่องใสขาวรอบ

ความสุข ที่เราคิดเรามี คือการมีจิตใจผ่องใสขาวรอบ นี่เอง คือ ผ่องใส แล้วจึงมีความสุข
เราจะมีสุขได้อย่างไร หากจิตยังวนเวียน คิด แต่เรื่อง ไม่ดี พาใจขุ่นมัว จึงเป็นที่แน่นอนว่า
จิตที่ไม่ผ่องใส สุขได้ยากครับ ดังนั้น เราต้องเริ่ม มีจิตใจผ่องใส ใส่ใจกับเรื่องสุขก่อน จึง
จะใสมากขึ้น และเป็นสุข

อาจจะทำยาก สำหรับหลายๆ คน ก็เมื่อทุกวันมันต้องเจอกับเรื่องพาขุ่นมัวหลายๆ เรื่อง
แต่นั่นเพราะคุณ ไม่เคยมีวัคซีน ผ่องใสในตัว ไม่ใช่คุณทำไม่ได้ครับ เริ่มเสี่ยแต่วันนี้
เราต้องผ่องใสได้ แม้ใจสถานการณ์ที่เคร่งเครียดเพียงใด ลองหัดจากเรื่อง เล็กๆ ก่อน ต่อไป
พอชิน ก็จะปรับจิตใจให้สุขได้ตลอดเวลา ด้วยเข้าใจและรู้ทัน ธรรมดาโลก

หากรอจะสบาย แล้วค่อยสุข ไม่มีทางสุขได้ เพราะแม้บั้นปลายในชีวิต ก็ยังเป็นเรื่องทุกข์
ดังนั้น ต้องเริ่มเสียแต่วันนี้เลย และ ทันที ว่าเราจะคิดเป็นสุขได้ เราจะคิดเป็นสุขได้ ใจเรา
ต้องผ่องใส มากกว่าขุ่นมัว

หากคุณทำได้ คุณจะพบ ความมหัศจรรย์ของชีวิต ที่คุณ ต้องประหลาดใจ มันคือความจริง
เรื่องจริง ที่ ปราชญ์ คนที่ศึกษาธรรมะ รู้กันมานานแล้ว แต่เราเองที่ละเลยไม่ลองปฏิบัติตามกันเอง

จากจิตใจที่พัฒนาแล้วมาถึงขั้น มีสุขได้ทุกวัน คุณจะมีสุขมากขึ้น หาก ได้ลงมือทำสิ่งที่ตัวเอง รัก

รัก จิตที่เป็นสุข จะปฏิบัติธรรม ทั้งทางโลก และ ทางธรรม ได้ดีขึ้น ลองนึกถึงเด็ก ใสซื่อ เมื่อเป็นไข้
จะไม่มีความสุขเลย เพราะต้องนอนให้คุณแม่ดูแล เที่ยวเล่นไม่ได้ แต่พอเด็กคนเดียวกันนี้ หายไข้ แข็งแรง
จะทำอะไรก็สนุกไปหมด ซนจนคุณแม่ไล่ไม่ทัน

การทำงานอะไร เราควรจะปรับใจให้มีความสุขเสียก่อน คิดว่าเราสร้างสรรค์คำนี้ เป็นในทาง ที่เจือเรื่องใจเข้าไปมากกว่า การ ทำงาน เพราะ คำว่า ทำ นั้น
อาจจะทำด้วยความไม่สร้างสรรค์ก็ได้

เมื่อจิตใจผ่องใส ดั่งเด็ก วัยซน แล้ว เราก็เริ่มงานของเราได้

จากธรรมะแห่งความสำเร็จ ที่พระท่านว่า อิทธิบาท 4 นั้น

ประกอบด้วย

1. ฉันทะ คือ รัก มีใจแน่วแน่เต็ม ร้อย ว่า เราต้องการทำเรื่องนั้นเรื่องนี้ ด้วยความรักที่จะทำ เห็นไหมครับ
พระท่าน เน้น รักที่จะทำ ไม่ใช่ แค่ จับเอามาทำเฉย
2. วิริยะ คือ การพากเพียร ลงมือทำ เอาจริง ทำสม่ำเสมอ ครั้งหนึ่ง ประธานาธิบดี ของอินเดียคนหนึ่ง
ซึ่งเป็นผู้นำโครงการอวกาศของอินเดีย ที่ปัจจุบันล้ำหน้าที่สุดในเอเชีย กล่าวกับนักศึกษามหาวิทยาลัย
ทางด้านวิศวกรรม แห่งหนึ่ง เมื่อนักศึกษากลุ่มนั้น ถามว่า ท่านครับ พวกเราไม่มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้เลย
เราจะออกแบบ ชิ้นส่วนนี่ด้วยตนเองได้อย่างไร

ท่านตอบว่า ผู้เชี่ยวชาญที่ยิ่งใหญ่ ที่คุณว่า น่ะคือพวกคุณนั่นล่ะ เพราะผู้เชี่ยวชาญ ชำนาญการที่ยิ่งใหญก็คือ คนที่ ทำเรื่องเล็กๆ แต่ทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่หยุดนั่นเอง คุณทำได้ไหม

เท่านี้เอง ไม่นานหลังจากนั้น นักศึกษาและอาจารย์กลุ่มนั้นก็ออกแบบและสร้างชิ้นส่วนสำคัญนั้นให้กับวงการอวกาศของอินเดียได้ จริงๆ นี่คือพลังของความ วิริยะ

3.จิตตะ คือการใส่ใจ เอาใจใส่ เรืองนี้คือจุดแบงระหว่าง ความสำเร็จหรือไม่สำเร็จเลยทีเดียว หากคุณไม่มีจิตมุ่งมั่น เพียงพอ คุณไม่มีทางทำอะไรสำเร็จ และเป็นเลิศ เช่น นักขายคนหนึ่ง รู้ว่า ต้องเตรียมเอกสารข้อมูลสินค้าเพิ่ม อีกนิดหน่อย ก็จะทำให้ยอดขายมากขึ้น แต่ ความเพลีย ความง่วง ความขี้เกียจ กลับชวนเขาให้
ผัดวันไปก่อน ค่อยทำทีหลัง ๆ เขาก็จะไม่มีทางสำเร็จไปกว่าขั้นเดิม ตลอดชีวิต หากฉันทะ คือประตู สู่ความสำเร็จ ในทัศนะของผม จิตตะ คือ ทางออก หุบเหวแห่งความล้มเหลว สำหรับ คนที่ ไม่มีการใส่ใจ คิดถึง สิ่งที่เราทำครับ ต้องระวังดีๆ รักเพียงใด ขยันเพียงใด หากไม่มีใจ ไม่ใส่ใจ ก็เหมือนตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ เสียเวลา
เสียโอกาส และเสียหายมากที่สุด

4.วิมังสา คือการพิจาครวญ ทบทวน มองทั้งด้านใน ด้านนอก ไกล ใกล้ รู้จุดอ่อน เสริมจุดแข็ง ปรับปรุงพัฒนาให้ดีขึ้น วิเคราะห์แล้ว ทำแล้ว ต้องดีขึ้นๆ เบาขึ้น สบายขึ้น สำเร็จมากขึ้น น่าจะเป็นแบบนี้ เพราะว่า
การสำเร็จมากขึ้น ในเนื้องาน ที่ผ่านการวางแผนมาเป็นอย่างดี และเป็นไปตามแผน นั้น แสดงให้เห็นว่า งานใกล้สำเร็จเต็มที แล้ว นั่นเอง วิมังสา คือ สิ่งที่เสิรมให้ประตูแห่งความสำเร็จ เปิดกว้างขึ้น เคลื่อนเข้ามาอยู่ใกล้เรามากขึ้น และ เปิดง่ายขึ้นเป็นอย่างมาก

เมื่อเราเจริญอิทธิบาท 4 ได้ครบถ้วนสมบูรณ์ เราย่อมสำเร็จได้ในเรื่องทั้งปวง

เมื่อเรามีความสุข --> เราเจริญอิทธิบาท 4--> เราจะประสบความสำเร็จในทุกเรื่องที่เรารัก -->นี่คือความสุขที่เพิ่มขึ้น

พ้องกับคำที่ว่า คนเราจะมีสุขกับการทำงานที่เขารัก เสริมเพิ่มเข้าไปหน่อยว่า และจะสุขเพิ่มขึ้น หากทำงานด้วยความสร้างสรรค์ โดยการเจริญอิทธิบาท 4 อย่างสมำเสมอ

พบกันใหม่
สวัสดีครับ

เราbiggrinbiggrinsmile



__________________
Page 1 of 1  sorted by
 
Quick Reply

Please log in to post quick replies.

Tweet this page Post to Digg Post to Del.icio.us


Create your own FREE Forum
Report Abuse
Powered by ActiveBoard